เศรษฐกิจไทยโตดีกว่าคาดแต่หุ้นเริ่มตึง! โบรกลุ้นท่องเที่ยวหนุน SET พักฐาน 1,430–1,450 จุด
ตัวเลข GDP ไทยโต 2.5% สูงกว่าคาดจากแรงลงทุนรัฐ-ส่งออกเทคโนโลยี บรรยากาศลงทุนโลกไร้ปัจจัยใหม่ ตลาดเริ่มระวังความเสี่ยง โบรกแนะเก็งกำไรหุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีกช่วงตรุษจีน ชู AWC-CPALL โดดเด่น AOT อานิสงส์นักท่องเที่ยวจีนฟื้น
KEY
POINTS
- ตัวเลข GDP ไทยโต 2.5% สูงกว่าคาดจากแรงลงทุนรัฐ-ส่งออกเทคโนโลยี บรรยากาศลงทุนโลกไร้ปัจจัยใหม่
- ตลาดเริ่มระวังความเสี่ยง พักฐาน 1,430–1,450 จุด
- โบรกแนะเก็งกำไรหุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีกช่วงตรุษจีน ชู AWC-CPALL โดดเด่น AOT อานิสงส์นักท่องเที่ยวจีนฟื้น
บทวิเคราะห์ บล.พาย ระบุว่า ตลาดหุ้น Dow Jones และสินค้าโภคภัณฑ์ปิดทำการเนื่องในวันประธานาธิบดี ฝั่งตลาดหุ้นยุโรปพบว่าผสมผสานกล่าวคือมีทั้งบวกและลบสลับกัน สะท้อนถึงภาวะที่ไร้ปัจจัยใหม่ๆในการลงทุน
เมื่อวานที่ผ่านมาสภาพัฒน์ได้ประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจพบว่าขยายตัวได้ 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ดีกว่า Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) การขยายตัวเด่นมาจากการลงทุนรวม เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เร่งจากการลงทุนภาครัฐ เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
สภาพัฒน์ระบุว่าการลงทุนภาครัฐขยายตัวจากหมวดก่อสร้าง เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) การบริโภคขยายตัวได้ดีจากรถยนต์ EV ที่เร่งซื้อก่อนจะหมดมาตรการ EV 3.0 พร้อมกับการใช้จ่ายในหมวดบริการที่ขยายตัว 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่หลักๆเป็นเพราะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและขนส่งเป็นสำคัญ
ในฝั่งของการส่งออกขยายตัวได้ 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ตามการส่งออกสินค้า Technology เป็นสำคัญ อุปกรณ์สื่อสารและโทรคมนาคม เพิ่มขึ้น 83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY), ชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่สวนทางกับการส่งออกภาคบริการที่ -7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เป็นไปตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง
เมื่อมองไปข้างหน้าแล้วสภาพัฒน์คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวในค่าเฉลี่ย 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และการขยายตัวของหลายๆเครื่องยนต์เศรษฐกิจพบว่าค่อนข้างต่ำอยู่ในระดับเพียง 1-3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) อย่างการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวเด่นในช่วงไตรมาส 4/68 ทั้งปี 2569 คาดเพียง 1.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) การบริโภคก็ขยายตัวเพียง 2.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่หากมองหุ้นได้ประโยชน์จะประกอบไปด้วยกลุ่มอิงการบริโภค เช่น ค้าปลีก BJC, CRC, CPALL, HMPRO ศูนย์การค้า CPN เครื่องดื่ม ICHI, CBG
ส่วนปัจจัยระยะสั้นนักลงทุนจะจับตารอดูช่วงเทศกาลตรุษจีนทาง ATTA เผยว่าในช่วง 13-22 ก.พ.2569 นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้าไทยเฉลี่ยวันละ 2.8 หมื่นรายมากกว่าช่วงปกติที่ 1.3 หมื่นรายต่อวัน
หากเป็นเช่นนี้จริงมองเป็นสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยและหุ้นที่ได้ประโยชน์อย่างพวกค้าปลีก โรงแรม สนามบิน ประเมินข่าวกดดันต่างๆที่เคยเป็นประเด็นก่อนหน้านี้น่าจะคลายกังวลลงไปบ้างแล้วเช่นความปลอดภัย เรื่องของดาราที่เคยหายตัวไป
วันนี้รอติดตามการประกาศตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ คืนนี้สหรัฐฯรอติดตามตัวเลขภาคผลิต Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 6.4 (Index)
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,430 - 1,450 จุด อาจพักฐานบ้างจากการ Rally มาต่อเนื่องประกอบกับเริ่มมีแรงซื้อจากต่างชาติที่น้อยลงเป็นปัจจัยกดดันเชิงจิตวิทยา
กลยุทธ์การลงทุน SET INDEX เริ่มมี P/E ไม่ถูกจึงเน้นควบคุมความเสี่ยง ระยะสั้นเน้นเก็งกำไรหุ้นได้ประโยชน์ช่วงตรุษจีน อาทิ ท่องเที่ยว AOT, CENTEL, MINT ค้าปลีก BJC, CPALL, HMPRO ศูนย์การค้า CPN
เชียร์ AWC - CPALL
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้ คือ "AWC" ราคาเป้าหมาย 2.60 บาท คาดกำไรปกติที่ 728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 148% จากไตรมาสก่อน (QoQ) ขณะที่กำไรสุทธิคาดที่ 1.4 พันล้านบาท ลดลง -22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาสก่อน
ผลจากธุรกิจโรงแรมด้วยอัตราเข้าพัก(Occupancy)และอัตราค่าที่พัก (ADR) กลุ่มโรงแรมหรูนอกเมืองเติบโตแข็งแกร่งหนุนรายได้ต่อห้อง (RevPar) เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
และ หุ้น "CPALL" แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 58 บาท คาดอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้น 30 bps จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 27.9% ในไตรมาส 4/68 จาก 27.6% ในไตรมาส 4/67
หนุนจากอัตรากำไรกลุ่มสินค้าอาหารที่แข็งแกร่งเป็น 27.5% ในไตรมาส 4/68 จาก 27.2% ในไตรมาส 4/67 ผลจากสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้าอาหารพร้อมทานที่เพิ่มขึ้น.


