"สมอทอง" จี้รัฐบาลใหม่สยบศึก ‘ค่าเงินผันผวน’ ตัวการร้ายฉุดส่งออกปาล์มไทยในเวทีโลก
ค่าเงินผันผวนมรสุมใหญ่เหนือควบคุม! "ศักดา ทองรอง" กลุ่มสมอทอง วอนรัฐบาลใหม่เร่งกำกับดูแลภาคเกษตรไทยให้มีอำนาจต่อรองในตลาดโลก หลังอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันขยายตัว 1-2% ต่อปี
KEY
POINTS
- ค่าเงินผันผวนมรสุมใหญ่เหนือควบคุม!
- "ศักดา ทองรอง" กลุ่มสมอทอง วอนรัฐบาลใหม่เร่งกำกับดูแลภาคเกษตรไทยให้มีอำนาจต่อรองในตลาดโลก
- หลังอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันขยายตัว 1-2% ต่อปี
ในโลกของธุรกิจที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การมีพันธมิตรที่ช่วยสะท้อนเสียงของภาพสังคมและธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ
"ศักดา ทองรอง" รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานสำนักงาน บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ประกอบธุรกิจผลิตและจําหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจผลิตและจําหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ
เริ่มต้นเรื่องราวด้วยการร่วมแสดงความยินดีกับก้าวที่ 24 ของ "โพสต์ทูเดย์" โดยคาดหวังให้สื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงปัญหาระหว่างผู้ประกอบการและสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจที่เข้มแข็งร่วมกัน
ความท้าทายบนเวทีโลก เมื่อ "ค่าเงิน" คือมรสุมที่คาดเดายาก
"กลุ่มสมอทอง" ยืนหยัดอยู่ในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรมาอย่างยาวนาน ภารกิจหลักในวันนี้ไม่ใช่แค่การผลิต แต่คือการแข่งขันในระดับสากล
"ศักดา" ฉายภาพให้เห็นว่า "ในฐานะผู้ส่งออก" สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือ "สภาวะทางการเงินที่มีความผันผวนของค่าเงิน" ทั้งการอ่อนค่าและแข็งค่าอย่างรุนแรง เปรียบเสมือนมรสุมที่เข้ามากระทบความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เสียงสะท้อนถึงรัฐบาลใหม่ "กำกับดูแลเพื่อความยั่งยืน"
เพื่อให้เกษตรกรและอุตสาหกรรมไทยเดินหน้าต่อได้ "ศักดา" ฝากความหวังไว้กับรัฐบาลใหม่ โดยอยากให้เข้ามากำกับดูแลและสนับสนุนให้ภาคเกษตรของไทยมีความแข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัด
พร้อมกับต่อสู้กับคู่แข่งในต่างประเทศได้จริง เพื่อให้ฟันเฟืองชิ้นสำคัญของประเทศนี้ไม่สะดุดลง
แม้โลกจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ในมุมมองของเศรษฐกิจภาคเกษตรปีนี้ "ศักดา" ยังคงมีความเชื่อมั่น ด้วยลักษณะเฉพาะของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในประเทศไทยที่มีความเสมอต้นเสมอปลาย เติบโตเฉลี่ยประมาณ 1-2% ต่อปี
ตัวเลขดังกล่าวข้างต้นเป็นหัวใจสำคัญช่วยให้กลุ่มสมอทองสามารถรักษามาตรฐานภาพรวมของการค้าขายให้ยังคงความมั่นคงไว้ได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
นี่คือเรื่องราวของ "สมอทอง" ที่ไม่เพียงแค่ผลิตผลผลิตทางการเกษตร แต่กำลังพยายาม "ปักสมอ" ให้มั่นคง เพื่อให้ภาคเกษตรกรรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในน่านน้ำการค้าโลก.


