AOT ฝ่ามรสุมการบิน รายได้ Non-Aviation หด ลุยดึงสายการบิน-รื้อ Duty Free
"ท่าอากาศยานไทย (AOT)" ผู้โดยสารปลายปี 2568 แตะ 34.47 ล้านคน แต่กำไรไตรมาสแรกปีงบ 2569 ลดลงเกือบ 13% จากรายได้ Duty Free หดตัว เร่งออกอินเซนทีฟสูงสุด 95% ดึงเส้นทางบินใหม่ วางเกมยาวสู่ฮับการบินภูมิภาค
KEY
POINTS
- "ท่าอากาศยานไทย (AOT)" ผู้โดยสารปลายปี 2568 แตะ 34.47 ล้านคน
- กำไรไตรมาสแรกปีงบ 2569 ลดลงเกือบ 13% จากรายได้ Duty Free หดตัว
- เร่งออกอินเซนทีฟสูงสุด 95% ดึงเส้นทางบินใหม่ วางเกมยาวสู่ฮับการบินภูมิภาค
ท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยความผันผวน "บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT" ผู้ดูแลประตูสู่ประเทศไทยทั้ง 6 แห่ง กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ
แม้ตัวเลขผู้โดยสารในช่วงปลายปี 2568 จะขยับตัวสูงขึ้นถึง 34.47 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.50% และมีเที่ยวบินรวมกว่า 2.08 แสนเที่ยวบิน แต่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือการต่อสู้กับปัจจัยลบรอบทิศ
มรสุมที่ต้องฝ่าไปให้ได้
AOT ไม่ได้เดินอยู่บนกลีบกุหลาบ เพราะในขณะที่การเดินทางฟื้นตัว แต่กลับต้องเจอกับพายุหลายลูกพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น
- การแข่งขันที่ดุเดือดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
- ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงลบและราคาตั๋วเครื่องบินที่พุ่งสูงจนนักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจเที่ยวในประเทศแทน
- ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ซ่อมบำรุงล่าช้า ไม่ทันต่อความต้องการ
- เหตุอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ที่ฉุดจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศให้ลดลง
จึงบังเกิด กลยุทธ์ "ใจป้ำ" ดึงสายการบินทั่วโลก!
เพื่อแก้เกมนี้ AOT จึงงัดไม้เด็ดอย่าง Incentive Scheme ออกมาเพื่อดึงสายการบินให้เปิดเส้นทางใหม่ โดยให้ส่วนลดค่าบริการการบิน เช่น ค่าแลนดิ้ง และค่าที่เก็บอากาศยาน แบบจัดเต็ม 95% ในปีแรก
และ 75% ในปีที่สอง สำหรับช่วงแรก และต่อเนื่องด้วยส่วนลด 50% ยาวไปจนถึงปี 2571 ในเฟสถัดไป
นอกจากนี้ ยังมีการอัดฉีด Marketing Fund ให้เงินสนับสนุน 300 บาทต่อผู้โดยสาร 1 คน สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศที่บินไปลง "หาดใหญ่" และ "เชียงราย"
พร้อมจัดทัพพาบริษัททัวร์มาทำ FAM Trip เพื่อโชว์ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หวังดันไทยให้เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของภูมิภาค (Regional Hub) อย่างแท้จริง
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือการรื้อสัญญา "ร้านค้าปลอดอากร" (Duty Free) เพื่อรักษาผลประโยชน์ระยะยาวขององค์กร AOT ตัดสินใจเลือกแนวทาง "แก้ไขสัญญา" แทนการประมูลใหม่
โดยปรับโมเดลการเก็บรายได้ใหม่ที่เข้มข้นกว่าเดิม
- สุวรรณภูมิ เพิ่มส่วนแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) จากเดิม 20% เป็น 35% ของมูลค่าซื้อต่อหัวส่วนเกิน พร้อมขยายสัญญาไปจนถึงปี 2575 เพื่อให้ครอบคลุมช่วงการก่อสร้าง South Terminal และการปิดซ่อมอาคารเดิม
- ดอนเมือง ขยายสัญญา 5 ปี เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการย้ายไปลงทุนใน Terminal 3 แห่งใหม่
- สนามบินภูมิภาค ใช้โมเดลคล้ายสุวรรณภูมิ โดยเริ่มเก็บค่าผลประโยชน์ขั้นต่ำเติบโตปีละ 5% ตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไป
ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทาง AOT รายงานกำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท ลดลง 691.68 ล้านบาท หรือ 12.94% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
โดยมีรายได้จากการขายหรือการให้บริการลดลง 811.91 ล้านบาท หรือ 4.60% จากการลดลงของรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 870.76 ล้านบาท หรือ 9.83%
สาเหตุหลักมาจากรายได้ฝั่ง Non-Aviation ที่ลดลงจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ Duty Free อย่างไรก็ตาม รายได้จากกิจการการบินยังคงเติบโตตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
ด้วยสินทรัพย์รวมกว่า 2.06 แสนล้านบาท และการบริหารจัดการหนี้สินที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง AOT กำลังวางรากฐานเพื่อรอคอยวันที่อุตสาหกรรมการบินจะกลับมาทะยานอย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้งในอนาคตอันใกล้.


