posttoday

SET แกว่งไซด์เวย์ ใกล้แนวรับจิตวิทยา 1,300 จุด อีกครั้ง

27 มกราคม 2569

SET แกว่งไซด์เวย์ แนวรับสำคัญที่ 1,300 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินทุนไหลออก และความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินของสหรัฐฯ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ MTC และ CPALL

KEY

POINTS

  • ดัชนี SET เคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ (Sideways) และกำลังทดสอบแนวรับทางจิตวิทยาที่สำคัญบริเวณ 1,300 จุด
  • ปัจจัยกดดันหลักมาจากการที่นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ขณะที่ปัจจัยภายนอกยังมีความไม่แน่นอน
  • นักวิเคราะห์ประเมินว่าดัชนีมีโอกาสชะลอการปรับตัวลงในกรอบ 1270-1360 จุด พร้อมแนะนำกลยุทธ์ลงทุนแบบเลือกซื้อรายตัว (Selective Buy) ชู MTC และ CPALL

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดแกว่งไซด์เวย์ นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิต่อเป็นวันที่ 4 กดดันจิตวิทยาเงินทุนไหลเข้า อย่างไรก็ตาม ตลาดพักมาระดับหนึ่งใกล้ 1300 มีโอกาสชะลอการลงได้ ปัจจัย ภายนอก ตลาดเฝ้าระวังสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อ แต่เบื้องต้นยังไม่มีความรุนแรง ส่วนไวรัสนิปาห์เป็นการติดต่อทางสารคัดหลั่งยังไม่พบ Airborne ลดความกังวล ส่วนการหยุดหน่วยงานราชการสหรัฐฯ ติดตามวุฒิสภาผ่านกฎหมายก่อน 30 มค.นี้ ทางเทคนิค มีโอกาสชะลอการลงสั้นที่ 1300/1285 ไม่ควรหลุด

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1270-1360 จุด ปัจจัยในประเทศ ติดตามการไหลเข้าของ Fund Flow หลังกลับมาซื้อสุทธิในสัปดาห์ก่อน การทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของหุ้น Real Sector, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง 

ส่วนปัจจัยภายนอกติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28-29 ม.ค. แม้ตลาดคาดเฟดจะคงดอกเบี้ยแต่จับตาการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป, ความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย ของ ปธน.ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง, ยุโรปและจีน) ซึ่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 4/2568 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากการปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งได้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI

3. Trading Idea นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ (1) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหนุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐาน ดี แนะนำ CENTEL CPALL CPN HMPRO SAWAD WHA 2) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบนเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CPN) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT OSP) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR) และ 3) หุ้นที่ภาคจะได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนที่สูงของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ MTC ราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง โดยไตรมาส 4/2568 คาดกำไรเติบโต 5%QoQ และ 17%YoY ส่วนปี 2569 คาดกำไรเติบโต 15%YoY แรงหนุนจากสินเชื่อโตดี และ NIM ที่ขยายตัวจากต้นทุนการเงินที่ลดลง ส่วน Valuation น่าสนใจ โดยปี 69 เทรดด้วย PER 8.7 เท่า เทียบกับ EPS growth 15% เป้าหมายระยะสั้น 34 บาท

CPALL มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2568 คาดจะออกมาดีที่สุดในกลุ่มที่ราว 7 พันล้านบาท เติบโต 1%YoY และ 8%QoQ ขณะที่ SSS เริ่มฟื้นตัว คาดกำไรไตรมาส 1/2569 เติบโตต่อได้ทั้ง QoQ และ YoY ส่วน Valuation ไม่แพง PER 69F อยู่ที่ 12 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม ทั้งที่การเติบโตเด่นกว่า เป้าหมายระยะสั้น 43.75 บาท

ข่าวล่าสุด

เรือบรรทุกเครื่องบิน Abraham Lincoln ถึงตะวันออกกลางแล้ว