posttoday

SET รีบาวด์ไม่พ้น 1250 จุด ยังต้องระวัง แนะ Selective Buy ชู GULF และ KTB

15 มกราคม 2569

SET แกว่งไซด์เวย์/แกว่งลง แนวต้าน 1248/1252 เป็นหลัก ต้องยืนเหนือ จึงจะยกเลิกแกว่งลง มิฉะนั้นไม่เปลี่ยนทิศทางลงแนวรับ 1230/1220 กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ GULF และ KTB

KEY

POINTS

  • ดัชนี SET ยังคงมีความผันผวนและไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1250 จุดได้ ทำให้นักลงทุนยังต้องใช้ความระมัดระวัง
  • กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำคือ "Selective Buy" หรือการเลือกซื้อหุ้นเป็นรายตัว โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มกำไรเติบโต
  • หุ้นเด่นที่น่าสนใจคือ GULF ซึ่งได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง และ KTB ที่คาดว่ากำไรจะเติบโตสวนกลุ่มธนาคารและให้ปันผลสูง

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดแกว่งไซด์เวย์/แกว่งลง TISCO จบออกมาตามคาด และ NPLs ลด 4bps QoQ สู่ 2.28% ลดความกังวลหลังก่อนหน้านี้มีสัญญาณลบจาก AEONTS ช่วยหนุนไฟแนนซ์เมื่อวาน ปัจจัยภายนอก ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ดีกว่าคาด แต่ PPI เพิ่มขึ้น 3%YoY ผู้ผลิตยังรับภาระต้นทุนที่เพิ่ม ส่วนเฟดคาดคงดอกเบี้ยต่อ ทางเทคนิค ดูแนวต้าน 1248/1252 เป็นหลัก ต้องยืนเหนือ จึงจะยกเลิกแกว่งลง มิฉะนั้นไม่เปลี่ยนทิศทางลงแนวรับ 1230/1220

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1230-1300 จุด ปัจจัยในประเทศติดตามนโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ซึ่งจะมีผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศจบไตรมาส 4/2568 ของกลุ่มธนาคาร ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม ซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ ปฏิบัติการในเวเนซุเอลาและเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านที่มีผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน, กรณี ปธน. ทรัมป์ ส่งสัญญาณต้องการให้สหรัฐฯ ครอบครองกรีนแลนด์ที่อาจกดดันความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรป ตึงเครียดเพิ่มขึ้น รวมทั้งจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ CPI, PPI และยอดค้าปลีก

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้

1.หุ้น Earning Earning Play ซึ่งคาดกำไรไตรมาส 4/2568 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และแนะนำ Outperform หุ้นพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนต้มกำไรก็ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM

2.หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผล สำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปัผลสม่ำเสมอ โดยคาดไห้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผล จากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งได้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI

3.หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลงตามการะหนี้สิน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือกำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITS แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL

4.Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเกิดกำไร แนะนำ (1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากเหตุประท้วงในอิหร่านซึ่งกดดันตลาดกังวลอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางชะงักงัน แนะนํา PTTEP PTT และหุ้นที่คาดได้ประโยชน์หากสหรัฐยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันเวเนซุเอลาทำให้มีโอกาสกลับมานำเข้าน้ำมันเวเนซุเอลา แนะนำ TASCO 2) หุ้นที่คาดได้ Sentiment บวกเชิงจิตวิทยาระยะสั้น หากศาลสูงสุดตัดสิน ปธน.ทรัมป์ ผิดในกรณีเรียกเก็บภาษีศุลกากร แนะนำ กลุ่มนิคม (AMATA WHA FTREIT) กลุ่มเกษตร (TU ITC) กลุ่มยาง (STA STGT NER) กลุ่มเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และ 3) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL TNP) กลุ่มอาหาร (GFPT CBG OSP) และกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW)

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GULF มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวลง ขณะที่ข่าวการซื้อ LNG ล่วงหน้าหลังราคา LNG ลงช่วยล็อคต้นทุน ส่วนแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/2568 มีโอกาสเติบโตจากโรงไฟฟ้า Jackson ที่เติบโตตาม Capacity Payment ที่เพิ่มขึ้น การเริ่ม COD ในโครงการ Solar 5 แห่ง ช่วยหนุนเป้าหมายระยะสั้นที่ 44.00 บาท

KTB ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากคาดเป็นธนาคารเดียวที่กำไรสุทธิ 4/2568 เติบโต 7%YoY อีกทั้งยังมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำ และ ROE สูงกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่อื่น ๆ และคาดให้ Div. Yield สูงราวปีละ 7.5% รวมทั้งมี Upside Risk จากประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารเงินสด เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.50 บาท

ข่าวล่าสุด

Art Speaks One Language นิทรรศการศิลปะ เชื่อม “หัวใจ” พูดภาษาเดียว