posttoday

โพยหุ้นเด่นได้ประโยชน์ รับเลือกตั้ง สถิติชี้ 2 สัปดาห์ก่อน-หลัง ดัน SET พุ่งแรง

12 มกราคม 2569

จับตาสถิติหุ้นไทยดีดแรงรับข่าว 2 สัปดาห์ก่อนและหลังเลือกตั้ง พร้อมเปิดรายชื่อหุ้นเด่นรับอานิสงส์จากนโยบายเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • สถิติในอดีตชี้ว่าดัชนีหุ้นไทย (SET Index) มักปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 2.1% ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง และมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องหลังทราบผล
  • กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากเม็ดเงินที่สะพัดในช่วงเลือกตั้ง ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก, กลุ่มเช่าซื้อ และหุ้นขนาดใหญ่
  • ปัจจัยบวกมาจากการใช้จ่ายเงินในการหาเสียงและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ

การเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.2569 ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ในมิติทางการเมือง แต่ยังรวมถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะสะพัดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยที่ประชุม ครม. ได้อนุมัติงบประมาณกลางจำนวน 8,978 ล้านบาท เพื่อใช้ในการควบคุมและจัดการเลือกตั้ง สส. รวมถึงการออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน

ทำไมงบประมาณครั้งนี้จึงสูงเป็นประวัติการณ์? 

หากย้อนกลับไปในปี 2544 งบจัดการเลือกตั้งใช้เพียง 2,000 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 5,945 ล้านบาทในปี 2566 แต่ในปี 2569 ยอดรวมพุ่งแตะ 8,978 ล้านบาท จากปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ

1. ค่าใช้จ่ายในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งใช้เงินสูงถึง 3,000-4,000 ล้านบาท เมื่อจัดพร้อมการเลือกตั้งทั่วไปจึงทำให้ยอดรวมสูงขึ้นอย่างมาก

2. ระบบเลือกตั้ง "บัตร 2 ใบ" ที่ต้องจัดการทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

3. การขยายหน่วยเลือกตั้ง เพื่อลดความแออัดตามแนวทาง Social Distancing ที่ตกค้างมาจากยุค COVID-19

สมรภูมิการเมืองที่สูสี ขับเคี่ยวนโยบายเศรษฐกิจ 

ท่ามกลางช่วงเวลาหาเสียงที่กระชั้นชิด ผลโพลจากหลายสำนักชี้ให้เห็นการแข่งขันที่เข้มข้นระหว่างพรรคใหญ่ เช่น พรรคประชาชน ภูมิใจไทย และเพื่อไทย โดยยังมีกลุ่ม “ผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ” เป็นตัวแปรสำคัญ นโยบายหลักที่ทุกพรรคใช้ขับเคี่ยวกันจะเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาหนี้สินเป็นหลัก

สถิติชี้ "หุ้นไทย" มักเป็นสีเขียวช่วงเลือกตั้ง 

ข้อมูลจาก บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า จากสถิติย้อนหลัง 6 ครั้งล่าสุด ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง SET Index มักจะปรับตัวขึ้นแรงที่สุดเฉลี่ย +2.1% และความคึกคักจะยังคงอยู่ต่อเนื่องไปอีก 1 เดือนหลังรู้ผล โดยมีโอกาสให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมถึง 2.6%

สถิติ SET Index ก่อนและหลังเลือกตั้ง 6 ครั้งหลังสุด

สำหรับหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเลือกตั้ง ประกอบด้วย  

  • กลุ่มค้าปลีก: รับเม็ดเงินจากการหาเสียงและนโยบายแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ (CPALL, CPAXT)
  • กลุ่มเช่าซื้อ: ได้อานิสงส์จากนโยบายแก้หนี้และเพิ่มกำลังซื้อรากหญ้า (MTC, TIDLOR)
  • หุ้นขนาดใหญ่รองรับ Fund Flow: เพื่อรองรับการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ (PTT, PTTEP, GULF, DELTA, KCE, TOP, BDMS, BBL, KBANK, SCB, SCC, IVL) 

ข่าวล่าสุด

เลือกตั้ง69 : “ดร.เอ้”ชูรถไฟความเร็วสูง–อันดามันลิงก์ ดันภูเก็ตฮับอาเซียน