“วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ” ลาออกซีอีโอ TFG เซ่น ก.ล.ต. ปรับปมอินไซด์หุ้น
TFG แจ้ง “วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ” ยื่นลาออกจากกรรมการและซีอีโอ มีผล 26 ธ.ค.68 หลัง ก.ล.ต. ลงโทษทางแพ่งกรณีใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้นของบริษัท ย้ำไม่กระทบธุรกิจ
KEY
POINTS
- นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG)
- การลาออกเป็นผลสืบเนื่องมาจากการถูกสำนักงาน ก.ล.ต. ลงโทษทางแพ่งในกรณีใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อหุ้นของบริษัท
- บริษัท TFG ยืนยันว่าการลาออกดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและนโยบายของบริษัท และกำลังอยู่ในกระบวนการหาผู้มาดำรงตำแหน่งแทน
บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ตามข่าวการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับ นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ในกรณีการใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้นของบริษัทที่ได้เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 บริษัทได้รับหนังสือแจ้งการลาออกจากการดำรงตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ โดยให้การลาออกมีผลนับตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยบริษัทจะดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป
บริษัทขอเรียนแจ้งว่า นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ หรือมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของบริษัท หรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจใด ๆ ในฐานะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568
การพ้นจากตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนายวินัยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและนโยบายของบริษัท เนื่องจากบริษัทยังคงมีกรรมการและผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถอีกหลายท่านที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่และดูแลการดำเนินงานของบริษัทอยู่
โดยปัจจุบัน บริษัทมีผู้บริหารและผู้มีอำนาจลงนามอีก 2 ท่าน ได้แก่ 1. นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและ 2. นางสาวศิริลักษณ์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน ที่ยังคงสามารถกำกับดูแลกิจการร่วมกับคณะกรรมการของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมเพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง และบริษัทจะยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติและมุ่งมั่นสู่การบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ตั้งไว้ จึงขอให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายให้ความเชื่อมั่น และไว้วางใจบริษัทว่าจะยังคงดำเนินธุรกิจและปฏิบัติตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนต่อไป


