posttoday

อัพเดท 3 ปี ปั่นหุ้น “MORE” ตราบาปตลาดทุนไทย คดีเดินหน้าแค่ไหน?

08 มกราคม 2569

คืบหน้ามหากาพย์ปั่นหุ้น “มอร์รีเทิร์น” ปล้นเงินกลางแดด ฝันร้ายโบรกเกอร์ ตราบาปตลาดทุนไทย กว่า 3 ปี ดำเนินคดีไปถึงไหน?

KEY

POINTS

  • คืบหน้ามหากาพย์ปั่นหุ้น “มอร์รีเทิร์น” ปล้นเงินกลางแดด ฝันร้ายโบรกเกอร์ ตราบาปตลาดทุนไทย กว่า 3 ปี ดำเนินคดีไปถึงไหน?  
  • คดีนี้สร้างความเสียหายทางการเงินรวมกว่า 4,500 ล้านบาท ซึ่งกระบวนการยุติธรรมได้แบ่งคดีออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ คดีฉ้อโกง คดีอั้งยี่ และคดีปั่นหุ้น เพื่อชดใช้ค่าเสียหายแก่โบรกเกอร์และเรียกค่าปรับ
  • เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยและกอบกู้ความเชื่อมั่น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ยกระดับมาตรการควบคุม เช่น การหยุดซื้อขายอัตโนมัติ (Auto Pause) และการสร้างแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยงลูกค้าระหว่างโบรกเกอร์

นับเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วนับตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.2565 ที่ชื่อของ บริษัท มอร์รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ได้กลายเป็นตราบาปในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย คดีนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการเงินสูงถึง 4,500 ล้านบาท แต่ยังเป็นการเปิดโปงขบวนการ “ปั่นหุ้น” ที่ถูกวางแผนมาอย่างสลับซับซ้อนโดยอาศัยช่องโหว่ของระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ 

สถานะทางคดี กวาดล้างผู้กระทำผิด 42 ราย

ปัจจุบันอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งฟ้องทั้งหมด 42 ราย และอยู่ระหว่างส่งตัวผู้ต้องหาฟ้องต่อศาล

โดยสามารถแบ่งกลุ่มผู้ร่วมขบวนการออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย

1.กลุ่มผู้วางแผน: มี 2 ราย (ปัจจุบัน 1 รายอยู่ระหว่างหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัว)

2.กลุ่มตัวการสนับสนุน: ทำหน้าที่ป้อนคำสั่งซื้อขายผ่านโปรแกรมซื้อขายหลักทรัพย์

3.กลุ่มเจ้าของบัญชี: มีจำนวนมากที่สุดถึง 33 ราย ที่ยอมให้ผู้กระทำผิดนำบัญชีไปใช้ซื้อขายหุ้น

ในด้านความคืบหน้าทางกฎหมาย พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 ได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาไปแล้ว 28 ราย ตามคำสั่งของอัยการสูงสุดในข้อหาฉ้อโกง การสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงการปั่นราคาหุ้นทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด โดยใช้กฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 244/3 และ 244/5 

ส่วนที่เหลือ 14 ราย ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งต่ออัยการสูงสุด โดยบางรายได้รับคำสั่งฟ้องและนำตัวไปฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว ขณะที่บางรายยังไม่ได้รับการจับกุม และยังเหลืออีก 7 ราย ที่ได้รับการอนุญาตให้เลื่อนการรับทราบคำสั่งจากอัยการ 

โดยมีผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และนางอรพินธุ์ พรประภา อัยการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 5 ม.ค.2569 แต่กลับไม่เดินทางมาพบอัยการตามกำหนดดังกล่าว ทางอัยการคดีพิเศษจึงให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายจับต่อไป

ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 4 ราย คือ นายสมนึก กยาวัฒนกิจ, นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร, นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ และนายเทียนประเสริฐ พลอำไภ อัยการมีการนัดฟังคำสั่งวันที่ 16 ก.พ.2569 

ตลท. ปปง. DSI บช.ก. และ ASCO ร่วมแถลงความคืบหน้าการดำเนินคดีเกี่ยวกับหุ้น MORE

ย้อนรอยแผนปั่นหุ้น MORE  

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 10 พ.ย.2565 จากการส่งคำสั่งซื้อหุ้น MORE จำนวนมหาศาล ณ ราคาเปิดตลาด (ATO) ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) กว่า 10 แห่ง โดยกลุ่มผู้กระทำผิดเลือกใช้ บัญชี Cash Account ซึ่งมีลักษณะเป็นบัญชีที่นักลงทุนสามารถ “ลงทุนก่อน จ่ายทีหลัง” 

กลไกที่กลุ่มนี้ใช้คือการเข้าซื้อหุ้นในมูลค่ามหาศาล แต่เมื่อถึงกำหนดชำระเงินในอีก 2 วันทำการถัดไป (T+2) กลุ่มผู้ซื้อกลับเพิกเฉยไม่ชำระค่าซื้อหุ้น ส่งผลให้โบรกเกอร์ทั้ง 10 แห่ง ต้องนำเงินของบริษัทออกไปสำรองจ่ายให้กับฝั่งผู้ขายแทนตามกฎระเบียบ แต่กลับไม่ได้รับเงินคืนจากฝั่งผู้ซื้อ ทำให้เกิดความเสียหายรวมกว่า 4,500 ล้านบาท โดยฝั่งผู้ขายส่วนใหญ่ก็คือคนในกลุ่มขบวนการเดียวกันนั่นเอง

บทลงโทษและการเยียวยา 3 สำนวนคดี

กระบวนการยุติธรรมได้แบ่งคดีหุ้น MORE ออกเป็น 3 ส่วน เพื่อความชัดเจนในการดำเนินคดีและชดเชยค่าเสียหาย

  • คดีฉ้อโกง: ศาลมีคำสั่งให้คืนหรือชดใช้ทรัพย์สินแก่โบรกเกอร์ผู้เสียหาย 10 ราย รวมมูลค่า 4,500 ล้านบาท
  • คดีอั้งยี่: เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินมูลค่า 129 ล้านบาท ที่จะคืนให้โบรกเกอร์เช่นกัน
  • คดีปั่นหุ้น (สร้างราคา): เป็นมาตรการทางแพ่งที่มีความเสียหายราว 226 ล้านบาท โดยจะเรียกค่าปรับเพื่อให้เงินตกเป็นของแผ่นดิน

ทางด้านสำนักงาน ปปง. ระบุว่า การพิสูจน์ความเสียหายของนักลงทุนรายย่อยรายบุคคลทำได้ยาก ศาลจึงมักมีคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินเพื่อนำมาชดใช้ผู้เสียหายภายหลัง

รายชื่อผู้กระทำความผิด 42 ราย 

1.นายอภิมุข บำรุงวงศ์ 
2.นายเอกภัทร พรประภา 
3.นายอธิภัทร พรประภา 
4.นางอรพินธุ์ พรประภา 
5.นายอิทธิวรรธน์ วรรณะเอี่ยมพิกุล 
6.บริษัท ตงฮั้วแคปปิตอล จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒกิจ 
7.บริษัท ตงฮั้ว มีเดีย แล็บ จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ 
8.นายสมนึก กยาวัฒนกิจ 
9.นายโสภณ วราพร 
10.นายวสันต์ จาวลา 
11.นายชูโบดีบ พลาซันต้า ดัส (MR.SHUBHODEEP PRASANTA DAS) 
12.นายประยูร อัสสกาญจน์ 
13.นางสาวจิระวรรณ ไชยพงศ์ผาติ หรือ นางสาวนิชานันท์ จีรไชยวรโชติ 
14.นางสาวสุร์ศิริ ปรีดาสุทธิจิตต์ 
15.นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา 
16.นางสาวอัยลดา ชินวัฒน์ 
17.นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ 
18.นายมั่นคง เสถียรถิระกุล 
19.นางสาวอรเก้า ไกยสิทธิ์ 
20.นายเกรียงศักดิ์ วงศ์โอสถพานิช หรือ นายฐนวัฒน์ รุ่งสิริประเสริฐ 
21.นางสาวสิริรัตน์ สมณาศรี 
22.นายธีรพงศ์ ด่านวณิชวงศ์ 
23.นายวิศรุต เจียมจิตพลชัย 
24.นายปรณัฐ นุชาชาติพงศ์ 
25.นายภูดิท สุจริตกุล 
26.นายวัชรินทร์ ยังให้ผล 
27.นายธนยุทธ ฤกษ์รักษา 
28.นายธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง 
29.นายภัทร ฉัตรเจริญสุข 
30.นายชยพล พันธุ์แพ 
31.นายพิเชษฐ์ ผลสุวรรณชัย 
32.นางศศินภา วราพร 
33.นายกิตติพล ไววิ่งรบ 
34.นายไพศาล เกษมศิรินาวิน 
35.นายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล 
36.นายปภิณวิช รอดบางยาง 
37.นายปรีชา วสุโสภณ 
38.นายปนิษฐ์ ศุภธาดารัตน์ 
39.นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ 
40.นายวรวุฒิ ศรีโสภิต 
41.นายพรเดช อุยะนันทน์ 
42.นางสาวปารณีย์ ชวาลา 

ยกระดับมาตรการล้อมคอกกอบกู้ความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

คดีนี้ถูกนิยามว่าเป็น “พัฒนาการของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ” ที่ผู้กระทำผิดมีความเชี่ยวชาญในระบบนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จนมองเห็นช่องทางทุจริต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) จึงได้ยกระดับมาตรการควบคุม ดังนี้

  • มาตรการ Auto Pause: หยุดการซื้อขายรายหลักทรัพย์ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
  • Minimum Resting Time: กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำของคำสั่งซื้อขาย
  • SDEP (Securities Data Exchange Platform): แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยงของลูกค้า (เช่น วงเงิน, ประวัติการชำระเงิน) ระหว่างโบรกเกอร์แบบ Decentralized ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ 1 ก.พ.2569

คดีหุ้น MORE คือบทเรียนราคาแพงที่แสดงให้เห็นว่า แม้ระบบจะมีความทันสมัยเพียงใด แต่หากมีผู้ที่ "รู้มาก" และตั้งใจทุจริตก็สามารถสร้างความสั่นคลอนให้กับระบบเศรษฐกิจได้, อย่างไรก็ตาม การประสานงานระหว่าง DSI, ปปง., กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), ตลท., ก.ล.ต. และ ASCO ในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่น (Trust and Confidence) กลับคืนสู่ตลาดทุนไทยอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่ง 14.21 จุด รับ Election Rally ต่างชาติซื้อ 3,355 ล้าน