
SET แกว่งไซด์เวย์ รอ ครม.แถลงนโยบายต่อสภาในสัปดาห์หน้า
SET แกว่งไซด์เวย์ รอ ครม.แถลงนโยบายต่อสภาในสัปดาห์หน้า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อ แต่ลดระดับลง มีแนวรับที่ไม่ควรหลุดต่ำกว่า 1278/1270 จุด กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ CENTEL และ PTT
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ตลาดแกว่งไซด์เวย์ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อ แต่ลดระดับลง นายกฯ กล่าวหลังพบ FETCO ว่าจะทำสิ่งที่ทางตลาดทุนฯ ร้องขอมาให้สำเร็จ 3-4 เรื่อง เป็นปัจจัยหนุนในระยะกลาง โดยการแถลงต่อสภาจะเริ่มในวันที่ 29 ก.ย.นี้ และนโยบายใกล้เคียงกับที่มีข่าวออกไปก่อนหน้านี้ ทางเทคนิค ตลาดรีบาวด์ต่อเนื่อง 2 วัน ยังให้ติดตามที่ 1283/1293 หากยืนเหนือได้จึงจะกลับมาเป็นบวก หากยังยืนไม่ได้ยังแกว่งพักตัว การลงมีแนวรับที่ไม่ควรลงหลุดต่ำกว่าที่ 1278/1270 ต่ำกว่าจะลงรอบใหม่
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักฐานหรือแกว่งตัวในกรอบแคบ หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่ ปัจจัยในประเทศยังอยู่ระหว่างรอติดตามแผนการออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะมีผลต่อการเรียกความเชื่อมั่นการลงทุนให้ฟื้นตัวและการไหลเข้าของ Fund Flow ในระยะถัดไป
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ PMI และ PCE ซึ่งหากออกมาแย่กว่าตลาดคาด จะมีผลต่อการพิจารณาตัดสินใจเร่งลดดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในระยะถัดไป
อย่างไรก็ดี มอง SET เริ่มมี Upside จำกัดและอาจชะลอการขึ้นสั้นบ้าง หลังดัชนีปรับขึ้น 19% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แต่ Downside ยังจำกัดเช่นกัน หลังเริ่มเห็น Fund Flow ชะลอการขาย ประเมิน SET มีแนวต้านบริเวณ 1320 จุด และมีแนวรับ 1280 จุด
ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนำให้ "Selective Buy" ใน 2 ธีมหลัก และ 2 ธีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดครึ่งหลังปี 2568 ผลการดำเนินงานจะยังเติบโตดีทั้ง HoH และ YoY แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลและจากปัจจัยบวกที่มีเฉพาะตัว ได้แก่ ADVANC BCPG GULF SCC
2. หุ้นปันผลที่มีคุณภาพดี (SET100 ที่มี SET ESG Ratings A ขึ้นไป) เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตลงทุนในระยะสั้น โดยคาดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรครึ่งแรกปี 2568 และให้ Div. Yield เกิน 2% แนะนำ PTT TTB
3. Trading Idea: สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากสถานการณ์น้ำท่วมในไทย แนะนำ TASCO BJC HMPRO GLOBAL เนื่องจากจากสถิติระหว่างปี 2558-2567 (ยกเว้นปี 2563 ที่เกิดวิกฤตโควิด-19) พบว่าราคาหุ้นจะปรับขึ้นได้ดีเมื่อซื้อลงทุนช่วงกลาง ก.ย. และไปขายต้น พ.ย. โดยคาดหวังได้ผลตอบแทนสูงสุดเฉลี่ยราว 2.6% และ 2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จาก เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภค ท่องเที่ยวและการลงทุน แนะนำ กลุ่มค้าปลีก (CPALL GLOBAL TNP) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG OSP HTC ICHI) กลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL) กลุ่มนิคม (AMATA WHA) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (SCC)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CENTEL มีปัจจัยกระตุ้นจากแจ้งลงทุนโรงแรมเพิ่มใน Centara Life Osaka ซึ่งคาดจะได้ประโยชน์จากการเติบโตของอุตฯ ท่องเที่ยวญี่ปุ่น และคาดได้อานิสงส์เพิ่มจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นผ่านการบริโภคและท่องเที่ยวของรัฐบาลใหม่ ส่วนไตรมาส 3/2568-ไตรมาส 1/2569 คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง QoQ ราคาเป้าหมายระยะสั้น 34 บาท
PTT มีปัจจัยกระตุ้นจากเรื่อง Asset Monetization ที่ทยอยมีความชัดเจน และยังมีเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลหุ้นละ 0.90 บาท (XD 1 ต.ค.) คิดเป็นให้ Div. Yield ในครึ่งแรกปี 2568 ราว 2.7% หนุ หนุนให้ระยะสั้นราคาหุ้นมี Downside จํากัด ส่วนไตรมาส 3/2568 คาดกำไรจะฟื้นตัว จากธุรกิจ P&R และธุรกิจ E&PPTT ดีขึ้น ประเมินราคาเป้าหมายระยะสั้น 34.50 บาท







