posttoday
ThaiBMA ชี้ปี 68 หุ้นกู้ครบกำหนด 893,275 ล้าน จับตา High Yield เสี่ยงยืดไถ่ถอน

ThaiBMA ชี้ปี 68 หุ้นกู้ครบกำหนด 893,275 ล้าน จับตา High Yield เสี่ยงยืดไถ่ถอน

09 มกราคม 2568

ThaiBMA เผยปี 68 มีหุ้นกู้ครบกำหนดไถ่ถอน 893,275 ล้านบาท เป็นกลุ่ม Investment Grade 95% และ กลุ่ม High Yield 15% ชี้ยังได้เห็นขอเลื่อนกำหนดชำระหนี้อีกในปีนี้ คาดยอดออกหุ้นกู้ปี 68 อยู่ที่ 850,000-900,000 ล้านบาท หลังสหกรณ์ฯ ลดพอร์ตลงทุนตามเกณฑ์ใหม่

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ในปี 2568 คาดการณ์ยอดการออกหุ้นกู้ระยะยาวจะอยู่ที่ 850,000 –900,000 ล้านบาท ทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยจากปี 2567 เนื่องจากมีการออกกฎกระทรวง ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้การฝากเงินหรือการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง เพื่อดูแลสหกรณ์ให้มีการลงทุนอย่างระมัดระวัง และมีการกระจายความเสี่ยง 

“กกฎกระทรวงกำหนดให้สหกรณ์สามารถฝากเงินหรือลงทุนในตราสารหนี้ได้ไม่เกิน 1 เท่า ของทุนเรือนหุ้น จากปัจจุบันมีการลงทุนอยู่ที่ 3-5 เท่า อาจส่งผลต่อภาพรวมตลาดตราสารหนี้ปีนี้ ทำให้เกิดการชะลอการลงทุนในตราสารหนี้ จากปัจจุบันสหกรณ์ถือครองตราสารหนี้อยู่ 520,00 ล้านบาท คิดเป็น 12% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้” นางสาวอริยา กล่าว 

ขณะที่ในปี 2568 มีหุ้นกู้ระยะยาวครบกำหนดทั้งสิ้น 893,275 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้ Investment Grade จำนวน 762,049 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 85% และหุ้นกู้ High Yield หรือกลุ่มที่มีเรตติ้งต่ำกว่า BBB- ลงไปถึงไม่มีเรตติ้ง จำนวน 131,227 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 15% ของหุ้นกู้ระยะยาวครบกำหนดในระยะเวลาดังกล่าว โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ครบกำหนดสูงสุด 3 อันดับแรก คือ กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน

โดยคาดว่าในปี 2568 ยังคงได้เห็นการขอเลื่อนกำหนดชำระหนี้ออกไป หลังจากในปี 2567 มีหุ้นกู้ที่เลื่อนกำหนดชำระ รวม 37,963 ล้านบาท จากผู้ออก 17 ราย และมีหุ้นกู้ผิดนัดชำระ รวม 3,172 ล้านบาท จากผู้ออก 5 ราย

สำหรับปี 2567 ยอดการออกหุ้นกู้ระยะยาว มีมูลค่า 913,141 ล้านบาท ลดลง 10% จากปีก่อน อยู่ที่ 1,018,690 ล้านบาท โดยหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade ออกลดลง 6% เหลือ 857,749 ล้านบาท จากปี 2566 อยู่ที่ 910,547 ล้านบาท ขณะที่กลุ่ม High yield ออกลดลงถึง 49% เหลือ 55,392 ล้านบาท จากปี 2566 อยู่ที่ 108,143 ล้านบาท 

“หุ้นกู้กลุ่ม High yield มีอัตราการออกลดลงมากกว่ากลุ่ม Investment grade สะท้อนถึงความกังวลและการระมัดระวังการลงทุนของผู้ลงทุนในปีที่ผ่านมา กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการออกสูงสุด 3 อันดับแรก คือกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์  อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน ตามลำดับ” นางสาวอริยา กล่าว 

ทั้งนี้ มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยปี 2567 อยู่ที่ 17.1 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.6% จากปี 2566 จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลเป็นสำคัญ

ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า แนวทางการดำเนินงานของ ThaiBMA ในปี 2568 ต่อเนื่องจากปี 2567 ที่ได้มีการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ ที่สำคัญเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ร่วมตลาดและผู้ลงทุน ได้แก่ การจัดทำหน้าจอคำนวณราคาตราสารหนี้แบบง่ายสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป 

การจัดทำแหล่งรวมข้อมูลความรู้ครอบคลุมประเด็นที่สำคัญสำหรับการลงทุนตราสารหนี้ การจัดทำตัวอย่างสัญญามาตรฐานของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ในการทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ลงทุนให้มีประสิทธิภาพ การจัดทำค่ากลางอัตราส่วนการเงินรายอุตสาหกรรม (Industry financial ratio) ของผู้ออกตราสารหนี้ และแอปพลิเคชัน MeBond: Function plus+ ที่เพิ่มฟังก์ชันต่างๆ ตอบสนองตามความต้องการของผู้ลงทุน

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน