posttoday
SET สัญญาณยังดูอ่อนแรง แนะ “Selective Buy” ชู BDMS และ BCP

SET สัญญาณยังดูอ่อนแรง แนะ “Selective Buy” ชู BDMS และ BCP

14 มิถุนายน 2567

SET สัญญาณยังดูอ่อนแรง การฟื้นตัวถูกจำกัด จากปัจจัยการเมืองกดดันดัชนี จับตา 18 มิ.ย. กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ BDMS และ BCP

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET ยังอ่อนแรง และการฟื้นตัวถูกจำกัด โดยมีแนวต้าน บริเวณ 1,320 และ 1,330 จุด ตามลำดับ จากปัจจัยการเมืองกดดันดัชนี โดยต้นสัปดาห์หน้าวันที่ 18 มิ.ย. มีหลายประเด็นที่ต้องติดตาม รวมถึงทิศทาง fund flow ไหลออก ด้านแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,305 และ 1,300 จุด ตามลำดับ

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ยังเปราะบาง โดยได้รับแรงกดดันจากประเด็นความเสี่ยงทางการเมืองในประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกดดันให้ SET ยัง Underperform ตลาดหุ้นในภูมิภาค ส่วนการประชุมนโยบายการเงินของ กนง. ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.50% เช่นเดิม ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศคาดยังไร้สัญญาณบวกใหม่ในสัปดาห์นี้ โดยเงินเฟ้อ พ.ค. ของสหรัฐ และจีน ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาด ส่วนการประชุมนโยบายการเงินของเฟดมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.50% แต่ปรับ dot plot ลดดอกเบี้ยในปีนี้เหลือเพียง 1 ครั้ง คาดการณ์เดิมที่ 3 ครั้ง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" ใน 4 ธีมหลัก ดังนี้

1) หุ้นที่คาดไตรมาส 2/2567 กำไรจะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ อีกทั้ง Valuation ยังไม่แพง นอกจากนี้ยังเป็นหุ้นที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวชนะตลาดได้ YTD เลือก ICT (ADVANC) TOURISM (MINT) และ FOOD (TU BTG OSP) 

2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากการเข้าสู่บรรยากาศแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร 2024) ในช่วงวันที่ 14 มิ.ย.-14 ก.ค.2567 เลือก ADVANC TRUE CPALL CPAXT BJC MINT TU 

3) หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการผลิต (โดยเฉพาะจีน) และผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่ราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนปัจจัยบวกดังกล่าว เลือก KCE SCGP PTTGC

4) สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มเบาบางลง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Bent ปรับตัวลดลงมาอยู่ในกรอบล่างของช่วง 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมองยังสามารถมีหุ้นน้ำมันสำหรับป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ได้ ดังนั้นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง จึงยังคงเลือกหุ้นน้ำมันขึ้นต้นอย่าง PTTEP

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BDMS ไตรมาส 2/2567 คาดกำไรปกติโต YoY แต่จะลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล ขณะที่ปี 2567 คาดกำไรปกติโต 13%YoY สู่ 1.6 พันล้านบาท โดยการดำเนินงานและ กำไรจะแข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ปัจจุบันซื้อขายที่ PER 67F ระดับ 27 เท่า ต่ำกว่าระดับ -2SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดภูมิภาคที่ 28 เท่า

BCP มองได้ประโยชน์จากราคาก๊าซในยุโรปที่ฟื้นตัว ค่าการกลั่นปรับตัวดีขึ้น จากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินและน้ำมันเครื่องบินตามฤดูกาล ขณะที่มอง Downside ค่าการกลั่นระดับปัจจุบัน (2-3 ดอลลาร์/บาร์เรล) อยู่ในระดับต่ำ อีกทั้ง Valuation ไม่แพง PER 67F เพียง 3.5 เท่า คาด Div. Yield น่าสนใจที่ 7%

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา