
SET ภาพรวมปรับขึ้นต่อ รับปัจจัยหนุนจากคาดเฟดยุติวงจรขึ้นดอกเบี้ย
SET ภาพรวมปรับขึ้นได้ต่อ รับปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์เฟดยุติวงจรขึ้นดอกเบี้ย หลังตัวเลข PPI ของสหรัฐ ออกมาต่ำคาด กลยุทธ์การลงทุน "Selective Buy” แนะนำ SCGP และ OR
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET ยังได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์เฟดจะยุติวงจรการขึ้นดอกเบี้ย หลังตัวเลข PPI ของสหรัฐออกมาต่ำคาด เป็นไปทางเดียวกับดัชนีราคาผู้บริโภคก่อนหน้า โดยดัชนีมีแนวต้านถัดไปที่ 1,422 และ 1,432 จุด ตามลำดับ ขณะที่ในระยะสั้นมีการย่อตัวกลับเพื่อลดความร้อนแรงบ้างโดยมีแนวรับที่ 1,410 และ 1,400 จุด ตามลำดับ เป็นจุดรองรับ
ทั้งนี้ แม้ตลาดหุ้นไทยจะยังคงเผชิญความผันผวนสูง แต่ช่วงสั้น คาด SET จะมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวได้ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจและผลประกอบการทั่วโลกไม่แย่กว่าที่ตลาดกังวล อีกทั้งในประเทศยังมีความคาดหวังการจัดตั้งกองทุน LTF และต่ออายุ SSF
อย่างไรก็ดี ในแง่ของ Upside ของ SET มองจะยังถูกจพกัด หลังอาจมีแรงขายทำกำไรจากการสิ้นสุด ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2566 ของหุ้นกลุ่ม Real Sector กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้
1) หุ้น Big Cap. ที่คาดฟื้นตัวได้ตามตลาดและมีความผันผวนต่ำ โดยเลือก หุ้น Undervalued ซึ่งราคาปรับลงมาจนเข้าเขต Oversold และยังมีพื้นฐานดี อีกทั้ง Valuation ไม่แพง (PER และ PBV 23F ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) เลือก BDMS BEM BBL GULF SCGP
2) หุ้น Earning Play ซึ่งจะมีการประกาศงบไตรมาส 3/2566 ในสัปดาห์หน้า ขณะที่โมเมนตัมกำไรไตรมาส 4/2566 จะยังเติบโต YoY และเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี เลือก ERW AOT CENTEL ZEN CRC
จากการที่กระทรวงการคลังอนุมัติตั้งกองทุน TESG ลงทุนหุ้น-ตราสารหนี้ที่มี ESG หวังกระตุ้นการ ลงทุนใน ตลท. ระยะยาว โดยให้ลดหย่อนถาษีไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ระยะถือครอง 8 ปี เริ่มลงทุนได้เดือน ธ.ค. นี้ คาดมีเม็ดเงินเข้ามาไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเราได้คัดเลือกหุ้นที่อยู่ในดัชนี SETESG ที่มีคุณสมบัติน่าสนใจ ดังนี้ 1) ได้ ESG Rating “AAA" หรือ "AA" และ 2) ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง YTD พบว่า มี 5 หุ้นที่น่าสนใจ ซึ่งคาดจะเป็นเป้าหมายการลงทุน ได้แก่ TOP CRC SCGP GULF ZEN
ทั้งนี้ ในอดีตที่คลังเคยอนุมัติ SFF เฉพาะกิจ (SSFX) ในช่วงโควิด ให้ลงทุนในหลักทรัพย์ไทยไม่น้อยกว่า 65% โดยให้ลดหย่อยภาษีไม่เกิน 2 แสนบาทต่อปี ระยะถือครอง 8 ปี เริ่มลงทุนได้ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. มีเม็ดเงินเข้ามาราว 2 หมื่นล้านบาท และ SET Index ปรับกว่า 200 จุด
ขณะที่ระยะกลางแนะนำระมัดระวังหุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญที่จะกระทบต่อกำลังซื้อภาคเกษตรลดลง ได้แก่ กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG จากราคาน้ำตาลที่สูงขึ้น) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT BTG)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ SCGP เป็นหุ้นใน SETESG Index ที่น่าสนใจ ซึ่งคาดเป็นเป้าหมายการลงทุน โดยได้Rating “AAA” ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงแรง 34.2%YTD สะท้อนปัจจัยลบส่วนใหญ่ไปแล้ว และคาดกำไรปกติจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4/2566 ตามแนวโน้มราคากระดาษบรรจุภัณฑ์ที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยจำกัด downside risk
OR เป็นหุ้นใน SETESG Index ที่น่าสนใจ โดยได้ Rating “AA” ขณะที่ราคาหุ้นปรับลง 18.9%YTD ซึ่งมองตลาดกังวลมาตรการคุมราคาน้ำมันในประเทศมากไป ทั้งนี้ ไตรมาส 4/2566 คาดกำไรปกติจะได้แรงหนุนจากเป็นไฮซีซั่นของการเดินทาง หนุนปี 2566 คาดกำไรสุทธิ 1.36 หมื่นล้านบาท (+31%YoY)







