posttoday
ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์อัตราส่วนลงทุนของกองทุน เพิ่มความยืดหยุ่นการบริหารจัดการ

ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์อัตราส่วนลงทุนของกองทุน เพิ่มความยืดหยุ่นการบริหารจัดการ

17 ตุลาคม 2566

ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์การดำเนินการกรณีกองทุนมีอัตราส่วนการลงทุนผิดจากเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการลงทุน มีผลใช้บังคับ 16 เม.ย.67 รวมทั้งยกเลิกข้อจำกัดการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ มีผลใช้บังคับ 16 ต.ค.66

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนในการประชุมครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2566 มีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอัตราส่วนการลงทุนของกองทุน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการลงทุนเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่บริษัทจัดการ และยกระดับให้สอดคล้องกับสากล รวมทั้งคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการและร่างประกาศดังกล่าวเมื่อเดือน มิ.ย.-ก.ค.2566 ซึ่งผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วย 

ก.ล.ต. จึงออกประกาศเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอัตราส่วนการลงทุนของกองทุน จำนวน 2 ฉบับ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

(1) การปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาและแนวทางการดำเนินการกรณีผิดอัตราส่วนการลงทุนของกองทุน โดยเพิ่มเติมกรณีที่บริษัทจัดการไม่สามารถดำรงอัตราส่วนการลงทุนได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด เนื่องจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทจัดการ (passive breach) จะไม่ถือว่าบริษัทจัดการมีการกระทำผิดเกณฑ์ เช่น มูลค่าทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากกว่าปกติ ผู้ถือหน่วยลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนมากกว่าปกติ หรือตราสารที่กองทุนลงทุนถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ เป็นต้น จากเดิมที่จะถูกพิจารณาว่าเป็นการกระทำของบริษัทจัดการ (active breach) และเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดเกณฑ์

นอกจากนี้ ยังปรับปรุงแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการในกรณีที่เกิด passive breach โดยให้บริษัทจัดการดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด แต่หากบริษัทจัดการใช้ดุลพินิจที่จะไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม หรือคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แล้วแต่กรณี รวมทั้งต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีการติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการแก้ไขอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง จนกว่าจะแก้ไขได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.2567

(2) การปรับปรุงหลักเกณฑ์อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (product limit) ของกองทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ที่นิติบุคคลตามกฎหมายไทยเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย หรือคู่สัญญา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อัตราส่วนการลงทุนทั่วไปเช่นเดียวกับทรัพย์สินประเภทอื่น เพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น หลักเกณฑ์อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามผู้ออกทรัพย์สินหรือคู่สัญญา (single entity limit) เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ออกตราสารหรือคู่สัญญารายใดรายหนึ่ง และหลักเกณฑ์อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามกลุ่มกิจการ (group limit) เพื่อลดความเสี่ยงของการลงทุนกระจุกตัวในบริษัทที่อยู่ในกลุ่มกิจการเดียวกัน เป็นต้น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.2566
 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI