
SET แกว่งในกรอบ 1,430-1,460 จุด รอตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ
SET แกว่งในกรอบระหว่าง 1,430-1,460 จุด รอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐในคืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ BBL และ AOT
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งในกรอบระหว่าง 1,430-1,460 จุด โดยนักลงทุนในตลาดรอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐในคืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด ทั้งนี้ แนวโน้มราคา มีจุดติดตามสำคัญบริเวณ 1,470 จุด หากปิดเหนือได้ จะสร้าง สัญญาณกลับตัว ส่วนกรณีต่ำกว่า 1,430 จุด เป็นสัญญาณลบต่อ
ทั้งนี้ แม้ เดือน ต.ค. คาด SET จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น จากคาดหวังมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายภาครัฐและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน
อย่างไรก็ดี ช่วงสั้นภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ไม่สดใสและการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรป ยังมีแนวโน้มชะลอตัว คาดจะยังกดดันบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นไทยให้ฟื้นตัวช้าหรือปรับขึ้นได้ไม่แรงมากนัก กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" ในธีมปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้
1) หุ้นเก็งกำไร โดยแนะนำทยอยซื้อสะสมสำหรับหุ้นที่ราคา Oversold และยังมีปัจจัยพื้นฐานดี อีกทั้ง Valuation ไม่แพง (PER และ PBV 23F ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) คาดราคาหุ้นจะรีบาวด์ได้ดี หาก SET ฟื้นตัว เลือก CPALL TOP CPN BDMS MINT
2) หุ้นเก็งกำไรในธีมปิโตรดอลลาร์ โดยได้อานิสงส์จากกำลังซื้อของตลาดตะวันออกกลางดีขึ้นตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น 10%QoQ ในไตรมาส 3/2566 เลือก BH (ผู้ป่วยตะวันออกกลางดีขึ้น)
3) หุ้นเก็งกำไรจากราคานํ้ามัน กรงติวอยู่ในระดับสูง เลือก PTTEP BCP ทั้งนี้จะเริ่มเพิ่มความระมัดระวังการเก็งกำไรหาก Brent เกิน 100 เหรียญสหรัฐ
4) หุ้นชื้อลงทุน โดยคาดผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2566 จะเติบโตดี และยังมีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องในไตรมาส4/2566 เลือก BCH HANA KCE AOT ERW KLINIQ
ขณะที่ระยะกลางแนะนำระมัดระวังหุ้นที่คาดได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะกระทบต่อกำลังซื้อภาคเกษตรลดลง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (GLOBAL) กลุ่มสินเชื่อ (MIC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG มีต้นทุนน้ำตาลสูง) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BBL คาดกำไรโตแข็งแกร่งสุดในกลุ่มเพราะ NIM จะขยายตัวมากที่สุด หลังได้ประโยชน์จากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุดขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 25 bps ขณะที่ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจํา 20-25 bps และคงดอกเบี้ยเงินฝากออม ทรัพย์ ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมี Upside 8 bps
AOT ได้ประโยชน์จากเข้าสู่ช่วงไฮซีชั่นของธุรกิจท่องเที่ยวไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจะทำให้กำไรเพิ่มขึ้น (+YoY, +QoQ) ในไตรมาส 4/2566-1/2567 ขณะที่ช่วงสั้นมองราคาหุ้นปรับลงสะท้อนปัจจัยลบแล้ว อีกทั้งหากเทียบ YTD ราคาหุ้นยังตามหลังหุ้นอื่นๆ ในกลุ่มท่องเที่ยว







