posttoday
ซีพี ออลล์จ่อออกหุ้นกู้ชุดใหม่ 3 รุ่น เรทติ้ง A+ ดอกเบี้ย 3.55-4.40% ต่อปี

ซีพี ออลล์จ่อออกหุ้นกู้ชุดใหม่ 3 รุ่น เรทติ้ง A+ ดอกเบี้ย 3.55-4.40% ต่อปี

14 กันยายน 2566

ซีพี ออลล์จ่อเปิดจองซื้อหุ้นกู้ชุดใหม่ 3 รุ่นอายุ 5 ปี อายุ 7 ปี และอายุ 10 ปี เรทติ้ง A+ ดอกเบี้ย [3.55-4.40]% ต่อปีเสนอขายผู้ถือหุ้นกู้ CPALL23OA ที่จะครบกำหนดไถ่ถอน และประชาชนทั่วไป คาดวางแผง 9-11 และ 26-30 ตุลาคม 2566

นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ Chief Financial Officer บมจ. ซีพี ออลล์ เปิดเผยว่า “ซีพี ออลล์” เตรียมพร้อมที่จะเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย รุ่นอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย [3.55-3.70]% ต่อปี รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย [3.80-3.95]% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย [4.20-4.40]% ต่อปี โดยจะแจ้งอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนอีกครั้ง

ทั้งนี้ ช่วงที่ 1 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นผู้ถือหุ้นกู้ CPALL23OA คาดว่าจะเสนอขายระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2566 โดยผู้ถือหุ้นกู้ CPALL23OA สามารถจองซื้อได้ทั้ง 3 รุ่น สูงสุดรวมกันไม่เกินสิทธิของหุ้นกู้ CPALL23OA เดิมที่ถืออยู่ ผ่านธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ สำหรับช่วงที่ 2 สำหรับผู้ลงทุนที่เป็นประชาชนทั่วไป คาดว่าจะเสนอขายระหว่างวันที่ 26-27 และ 30 ตุลาคม 2566 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 7 แห่ง

ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) รวมถึงมีการขายผ่านแอปพลิเคชั่น TrueMoney Wallet เพื่อเพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์นักลงทุนยุคดิจิทัล 

สำหรับบริษัทและหุ้นกู้ชุดดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 ที่ระดับ A+ แนวโน้ม “บวก” (Positive) ซึ่งสะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจและการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ ทั้งการเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทย ลักษณะของธุรกิจค้าปลีกที่สามารถสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การมีเครือข่ายสาขาที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วประเทศ และการมีธุรกิจสนับสนุนที่เข้มแข็ง รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังรุกขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน คือ ประเทศกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว

โดยล่าสุด “ซีพี ออลล์” ได้เปิดให้บริการร้านสะดวกซื้อ “เซเว่น อีเลฟเว่น” สาขาแรก ใน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดียิ่ง ทั้งผู้บริโภคภายในประเทศ และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือน สปป.ลาว ซึ่งเพิ่มขึ้นตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย  กระตุ้นให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยคึกคักมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ “ซีพี ออลล์” เป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักในการบริหารร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์  “เซเว่น อีเลฟเว่น”  ที่ให้บริการความสะดวกกับชุมชน โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 14,215 สาขา มีรายได้รวม 112,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากการบริโภคในประเทศเริ่มฟื้นตัว รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ารักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ ผ่านกลยุทธ์ O2O อาทิ 7Delivery และ All Online ซึ่งได้รับการตอบสนองจากลูกค้าเป็นอย่างดี

สำหรับเป้าหมายการขยายสาขาในปีนี้ บริษัทฯ วางแผนที่จะพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการ ทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการขยายเครือข่ายร้านสาขาอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของชุมชน โดยวางแผนจะลงทุนเปิดร้านสาขาใหม่ในประเทศไทยอีกประมาณ 700 สาขา และมีเป้าหมายที่จะเปิดสาขาในประเทศกัมพูชาให้ครบ 100 สาขา ภายในปีนี้

นายเกรียงชัยเปิดเผยว่า ทางบริษัทเชื่อว่า หุ้นกู้ ซีพี ออลล์ จะได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากผู้ถือหุ้นกู้เดิม รวมถึงผู้ลงทุนที่เป็นประชาชนทั่วไป ที่สนใจและมั่นใจในศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้การบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต.ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ บมจ.ซีพี ออลล์  สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ดังต่อไปนี้

ทั้งนี้การเปิดจองหุ้นกูจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือช่วงที่ 1 สำหรับผู้ถือหุ้นกู้ชุด CPALL23OA (ไม่รวมถึงผู้ลงทุนสถาบัน และนิติบุคคลที่เป็นสหกรณ์) ได้สิทธิจองซื้อหุ้นกู้ทั้ง 3 รุ่น รวมกันไม่เกินสิทธิของหุ้นกู้ CPALL23OA เดิมที่ถืออยู่ คาดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2566 ผ่านธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์

ช่วงที่ 2 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (ไม่รวมถึงบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้เยาว์) และผู้ลงทุนสถาบัน (ซึ่งรวมถึงผู้ถือหุ้นกู้ CPALL23OA) จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท คาดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 26-27 และ 30 ตุลาคม 2566 ติดต่อผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 7 แห่ง

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา