
SET แกว่งในกรอบ เฟดสงวนท่าที-การเมืองยังมีความไม่แน่นอน
SET แกว่งในกรอบ 1,517-1,535 จุด หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด แต่ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในปีนี้ และปัจจัยการเมืองยังมีความไม่แน่นอน กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ IVL และ HANA
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยตามคาดแต่ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในปีนี้ และการตัดสินใจขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจ ด้านปัจจัยการเมืองยังมีความไม่แน่นอน ทำให้มองดัชนี แกว่งในกรอบ 1,517-1,535 จุด เพื่อรอประเมิน สถานการณ์ในระยะต่อไป
โดยทางเทคนิค รอการ breakout จะมีทิศทางชัดขึ้น โดยกรอบบนมีแนวต้านถัดไปที่ 1,545 จุด ส่วนกรอบล่างมีแนวรับถัดไปที่ 1,510 จุด
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเริ่มคลายกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในระดับนึง และกำลังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของ FED, ECB และ BOJ ในสัปดาห์นี้
โดยในส่วนของ FED คาดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายของปี และตลาดได้รับรู้ไปแล้วดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้นที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 จะยิ่งเติบโตได้ดี YoY และ QoQ เลือก BBL ADVANC BEM GULF
2. หุ้นเก็งกำไรที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 มีโอกาสดีกว่าตลาดคาด เลือก HMPRO SCGP
3. นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำหุ้นเก็งกพไร หากประเด็นการเมืองในไทยเปลี่ยนแปลง เลือก CPAXT BJC TNP AMATA OSP HTC KCE HANA
ขณะที่ช่วงสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนสำหรับ 1) หุ้นกลุ่มอาหาร (TU CPF GFPT BTG) หลังมองมีโอกาศที่ตลาดจะปรับลดคาดการณ์กำไรลงหลังประกาศงบไตรมาส 2/2566 ซึ่งคาดภาพรวมอ่อนทั้ง YoY และ QoQ
2) คาดได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญ จากำลังซื้อภาคเกษตรที่ลดลง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (GLOBAL) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG มีต้นทุนน้ำตาลสูง) กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (CKP) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT)
และ 3) หุ้นท่องเที่ยวที่อาจได้รับกระทบเชิงลบจากประเด็นการเมือง
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ IVL มองได้ประโยชน์จากล่าสุดราคาฝ้ายที่เป็นสินค้าทดแทนของ PET ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดตั้งแต่ ต.ค.2565 ขณะที่ไตรมาส 2/2566 คาดกำไรจะอยู่ในระดับทรงตัว QoQ แต่จะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2566 จากปริมาณการขายที่ฟื้นตัวจากการเติบสินค้าคงคลัง
HANA แม้ไตรมาส 2/2566 คาดผลการดำเนินงานจะยังคงอ่อนแอ แต่จะมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จากดีมานด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะที่ช่วงที่ผ่านมามองราคาหุ้นยัง Laggard กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์







