
SET พักตัว หลังการเมืองไม่แน่นอน-รอประชุมเฟด
SET พักตัว จากความไม่แน่นอนด้านการเมือง และนักลงทุนรอประเมินทิศทางดอกเบี้ย จากการประชุมเฟด วันที่ 25-26 ก.ค.นี้ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ SCGP และ BEM
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET พักตัว โดยกรอบบนยังมี upside จำกัด โดยมีแนวต้านที่ 1,535 และจุดสูงเดิม 1,545 จุด ตามลำดับ ขณะที่การอ่อนตัวเกิดขึ้นได้อยู่ จากความไม่แน่นอนด้านการเมือง และนักลงทุนในตลาดรอประเมินทิศทางดอกเบี้ย จากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 25-26 ก.ค.นี้ ด้านแนวรับอยู่ที่ 1,517 และ 1,510 จุด ตามลำดับ
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET ยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเริ่มคลายกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในระดับนึง และกำลังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของ FED, ECB และ BOJ ในสัปดาห์นี้
โดยในส่วนของ FED คาดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายของปี และตลาดได้รับรู้ไปแล้วดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้นที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 จะยิ่งเติบโตได้ดี YoY และ QoQ เลือก BBL ADVANC BEM GULF
2. หุ้นเก็งกำไรที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 มีโอกาสดีกว่าตลาดคาด เลือก HMPRO SCGP
3. นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำหุ้นเก็งกพไร หากประเด็นการเมืองในไทยเปลี่ยนแปลง เลือก CPAXT BJC TNP AMATA OSP HTC KCE HANA
ขณะที่ช่วงสั้นแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนสำหรับ 1) หุ้นกลุ่มอาหาร (TU CPF GFPT BTG) หลังมองมีโอกาศที่ตลาดจะปรับลดคาดการณ์กำไรลงหลังประกาศงบไตรมาส 2/2566 ซึ่งคาดภาพรวมอ่อนทั้ง YoY และ QoQ
2) คาดได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญ จากำลังซื้อภาคเกษตรที่ลดลง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (GLOBAL) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD) กลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG มีต้นทุนน้ำตาลสูง) กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (CKP) รวมถึงกลุ่มเกษตรและอาหาร (CPF GFPT)
และ 3) หุ้นท่องเที่ยวที่อาจได้รับกระทบเชิงลบจากประเด็นการเมือง
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ SCGP มองกำไรที่คาดจะดีขึ้นในอีก 1-2 ไตรมาสข้างหน้า จะช่วยจำกัด downside risk โดยไตรมาส 2/2566 คาดกำไรปกติจะเติบโต 15%QoQ จากต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนถ่านหินที่ลดลง และดีขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 3/2566 จากการกลับมาดำเนินงานเต็มไตรมาสของธุรกิจในไทยและอินโดนีเซีย
BEM มองราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นต่อจากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง โดยไตรมาส 2/2566 คาดกำไรจะเติบโต19%QoQ และ 40%YoY ขณะที่ไตรมาส 3/2566 คาดกำไรยังโตดีต่อเนื่อง QoQ และ YoY แรงหนุนจากปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนและจำนวนผู้โดยสาร MRT ที่เพิ่มขึ้น







