posttoday
คัดมาให้ 21 หุ้นติดสปริง รับฉากทัศน์การเมืองชัดขึ้น-ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

คัดมาให้ 21 หุ้นติดสปริง รับฉากทัศน์การเมืองชัดขึ้น-ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

20 กรกฎาคม 2566

สแกน 21 หุ้นติดสปริง หลังปรับตัวลงลึกตั้งแต่ช่วงหลังเลือกตั้ง รับอานิสงส์การเมืองเริ่มเห็นฉากทัศน์ชัดเจนขึ้น และฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า วานนี้ (19 ก.ค.) ในช่วงเที่ยง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7:2 เสียงต่อคำสั่งให้ นายพิธา ในฐานะผู้ถูกร้อง(กรณีการถือหุ้นสื่อฯ) หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ไว้ก่อน ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ส่วนกระบวนการหลังจากนี้ศาลจะรอเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาจากผู้ถูกร้องภายใน 15 วัน ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการไต่สวน คาดว่ากระบวนการดังกล่าวใช้เวลาราว 3-4 เดือน 

ขณะที่ช่วงเย็น ประธานรัฐสภาได้ขอให้ที่ประชุมลงมติ กรณีการเสนอชื่อ นายพิธา เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาว่าเป็นผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ขัดต่อข้อบังคับการประชุมข้อที่ 41หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมมีมติไม่ให้เสนอชื่อซ้ำ ด้วยคะแนน 395 ต่อ 312 งดออกเสียง 8 ไม่ลงคะแนน 1 ส่งผลให้ไม่สามารถเสนอชื่อ นายพิธา เป็น Candidate นายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาโหวตซ้ำได้ในสมัยการประชุมนี้ (สิ้นสุดเดือน ต.ค.2566) โดยประธานรัฐสภาได้กำหนดเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตนายกฯ ครั้งถัดไป วันที่ 27 ก.ค.2566

ดังนั้น ประเมินว่า มีความเป็นไปได้สูงที่พรรคที่ได้ ส.ส.มากเป็นอันดับ 2 อย่างพรรคเพื่อไทย จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในการประชุมรัฐสภา 27 ก.ค.2566 ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าพรรคเพื่อไทย จะต้องดำเนินการให้เรียบร้อยในครั้งนี้ (27 ก.ค.2566)

เนื่องจากการประชุมสภารอบที่ผ่านมา มีข้อสรุปว่าไม่สามารถเสนอรายชื่อ บุคคลเดิมเป็นแคนดิเดตนายกฯ ซ้ำได้ ภายใต้สถานการณ์อื่นไม่เปลี่ยนเป็น “ญัตติต้องห้าม” ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 ในเบื้องต้น เชื่อว่ามีโอกาสที่จะได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศในช่วง ส.ค.2566

โดย Scenario ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ มีดังนี้

  • พรรคเพื่อไทย จับมือพรรคร่วมรัฐบาลเดิมทั้ง 8 พรรค และสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ
  • พรรคเพื่อไทย จับมือพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ โดยไม่มีพรรคก้าวไกล และยังเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินภาพการเมืองในช่วงนี้ว่าอยู่ในวิสัยที่สามารถคาดการณ์ได้มากขึ้น และน่าจะทำให้ Downdside ของ SET Index จำกัด โดยเชื่อว่าน่าจะได้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศได้ในช่วงเดือน ส.ค.2566 จะมีก็มีเพียงความเสี่ยงนอกสภาฯ ที่หากมีความรุนแรงและยืดเยื้อขึ้น จะเป็นปัจจัยกดดัน SET Index อีกครั้ง ซึ่งหากพิจารณา Google Trends คำว่า “ ม็อบ-ประท้วง-Protest” ในปัจจุบันยังอยู่ระดับต่ำกว่าในอดีตมาก

ฟันด์โฟลว์ช่วยพยุงตลาดหุ้นไทย

ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ยังเห็นการไหลเข้าของ Fund Flow ในตลาดหุ้นไทย จาก 3 กลุ่มนักลงทุนใหญ่ พร้อมกัน 3 วันติด เริ่มจาก ต่างชาติซื้อสุทธิสะสมสูงสุด 3.9 พันล้านบาท รองลงมา คือ กองทุนในประเทศซื้อสุทธิสะสม 2.9 พันล้านบาท ตามมาด้วยพอร์ตโบรกเกอร์ซื้อสุทธิสะสม 779 ล้านบาท 

ซึ่งในอดีตไม่บ่อยนักที่จะเห็นการซื้อสุทธิพร้อมกันของทั้ง 3 กลุ่ม และจากสถิติในปีนี้ยังบ่งชี้ว่า เวลาที่ทั้ง 3 กลุ่มซื้อสุทธิพร้อมกัน มักผลักดันให้ SET Index มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเฉลี่ย 0.84% ต่อวัน และมีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงถึง 80%

คัดมาให้ 21 หุ้นติดสปริง รับฉากทัศน์การเมืองชัดขึ้น-ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

ขณะเดียวกัน ยังเห็น Fund Flow ต่างชาติที่เข้ามาซื้อสุทธิสะสมใน SET50 Futures หนาแน่นในช่วง 9 วันทำการที่ผ่านมา ถึง 1.37 แสนสัญญา ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับ 2.6 หมื่นล้านบาท ด้วย Fund Flow ไหลเข้าทั้งในตลาดหุ้นไทย และตลาดฟิวเจอร์ส คาดจะช่วยลดความผันผวนของตลาดในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลได้

คัดมาให้ 21 หุ้นติดสปริง รับฉากทัศน์การเมืองชัดขึ้น-ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

สำหรับกลยุทธ์ ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำ “หุ้นติดสปริง” คือ หุ้นที่ลงมาลึกตั้งแต่ช่วงหลังเลือกตั้ง แต่เริ่มมี Momentum ในการฟื้น และยังเหลือพื่นที่ให้ดีดตัวกลับไปที่เดิม โดยผ่านเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้

1. หุ้นลงมาลึก คือ หุ้นที่ทำจุดต่ำสุดลึกกว่า -10% ในช่วงหลังวันเลือกตั้งปี 2566
2. เริ่มมี Momentum ในการฟื้น คือ มีการฟื้นขึ้นจากจุดต่ำสุดมากกว่า 10%
3. เป็นหุ้นที่มักขึ้นได้แรงกว่าตลาด คือ มี Beta > 1
4. ยังมีพื้นที่ให้ขยับขึ้นต่อ คือ ราคาหุ้นยังไม่กลับไปสูงกว่าช่วงก่อนเลือกตั้งปี 2566

โดยผลลัพธ์ 18 หุ้นติดสปริง (กดลึก, ดีดแรง, มีพื้นที่ให้ดีดต่อ) ประกอบด้วย DOHOME, SAWAD, EA, GUNKUL, CRC, SJWD, BGRIM, JMT, JMART, STEC, CBG, FORTH, GULF, TRUE, THCOM, PLANB, ERW, PTTGC

คัดมาให้ 21 หุ้นติดสปริง รับฉากทัศน์การเมืองชัดขึ้น-ฟันด์โฟลว์ไหลเข้า

จากรายชื่อหุ้นดังกล่าว ฝ่ายวิจัยชื่นชอบ CRC, STEC, GULF, PLANB, BGRIM, SAWAD, JMT มากสุด

บล.กรุงศรี พัฒนสิน ระบุว่า ความคืบหน้าการเมืองวานนี้ (19 ก.ค.) คือ 1) ศาล รธน. รับคำร้อง "พิธา" ปมหุ้น ITV สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ขณะที่การวินิจฉัยคดีคาดใช้เวลา 3-4 เดือน  2) ผลสรุปการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 มีข้อสรุป คือ ที่ประชุมสภาฯ มีมติโหวตการเสนอชื่อ นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี รอบที่ 2 ไม่สามารถดำเนินการได้ ด้วยคะแนนเสียง 395 เสียง ต่อ 312 โดยมีผู้งดออกเสียง 8 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง ขณะที่กำหนดวันโหวตนายกฯ ครั้งที่ 3 ไว้ในวันที่ 27 ก.ค.2566 และ 3) ช่วงเย็นมีการชุมนุมหลักที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยรวมยังไม่มีเหตุรุนแรง 

เรื่องต้องติดตามต่อ คือ 1) แนวทางการจัดตั้งรัฐบาลครั้งถัดไป โดยที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ 2) พัฒนาการการเมืองนอกสภาว่าจะมีความเสี่ยงรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ หลังกลุ่มต่างๆ ทยอยประกาศชุมนุม อาทิ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่ม ”ประเทศกูมี” 

ทั้งนี้ โดยรวมเห็นโครงสร้างการเมืองที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เชิงกลยุทธ์มองหุ้นที่ปรับฐานจากจิตวิทยาลบการเมืองไม่ชัดเจนทยอยฟื้นตัว อาทิ GULF, CRC, CPALL, BJC, CPAXT, TRUE, THCOM ระยะสั้นมองเน้นสะสม GULF, CRC, CPAXT, THCOM

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI