
แดงเดือด! "AEONTS"กำไรวูบ-ตั้งสำรองพุ่ง 5โบรกคอนเฟิร์มQ2 ไปต่อ รึ พอแค่นี้ ?
ร่วงแรง! "AEONTS"แดงเดือดปิดร่วง -13.50 บาท หลังกำไรโค้งแรกวูบ ตั้งสำรองพุ่ง 5โบรกแห่สแกนผลงานไตรมาส 2 ลุ้นฟื้นแม้ข่าวร้ายรุมเร้า คอนเฟิร์ม ทั้งปี ไปต่อ รึ พอแค่นี้ ?
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น "บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS" ปิดการซื้อขายเช้านี้(6 ก.ค.2566) แตะระดับ 170 บาท ลดลง 13.50 บาท คิดเป็น -7.36% มูลค่าการซื้อขาย 125,108.87 บาท โดยราคาปรับขึ้นสูงสุด 179 บาท และลดลงต่ำสุด 169.50 บาท
แรงกดดันมี แต่ Q2 ฟื้น
ฝ่ายวิจัย บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า AEONTS รายงานกำไรปกติ 1Q66 (สิ้นงวดเดือน พ.ค. 2566) ที่ 617 ลบ. ลดลง 44.6%YoY และ 21.7%QoQ แย่กว่าที่เราและตลาดคาด กดดันจากทั้ง 1) การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นต่อ ตาม NPL Ratio ที่สูงขึ้น 2) รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิลดลง หลังต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น และ 3) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง หลังหนี้สูญรับคืนและรายได้ค่าธรรมเนียมต่ำลง
แม้เรามองว่าผลดำเนินงานของ AEONTS จะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q66 เป็นต้นไป แต่ด้วยปัจจุบันราคาหุ้นมี Upside จำกัดมากขึ้นจากมูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 2566 ที่ 204 บาท อีกทั้งในช่วงสั้นมีแรงกดดันจากการที่ ธปท. เตรียมเปิดเผยรายละเอียดของเกณฑ์ควบคุม Debt Servicing Ratio (DSR) ของลูกหนี้ ซึ่งเราคาดจะกระทบกับผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ทำให้เราลดคำแนะนำลงจาก “ซื้อ” เป็น “TRADING”
กำไรแย่กว่าที่คิด
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรี พัฒนสิน ระบุเรามีมุมมอง Negative ต่อกำไรสุทธิ 1Q24 ที่ 617 ลบ. ต่ำกว่าเราและตลาดคาด เพราะ ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) โดยกำไรลดลง -45% y-y และ -11% q-q เพราะค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) เพิ่มขึ้น จากคุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอ NPL Ratio ที่ 5.91% เพิ่มต่อจาก 4Q23 ที่ 5.69% นอกจากนั้นต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง สำหรับสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น +1.2% y-y ลดลง -0.1% q-q คิดเป็น -0.1% YTD
ทั้งนี้เราปรับกำไรสุทธิ FY2024-26F ลงปีละ -(13-20)% เพราะค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) มากกว่าคาด ส่งผลให้ TP24F ลดเหลือ 180 บาท ภาพรวมเรายังไม่ชอบ AEONTS เพราะปัญหาคุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอต่อเนื่อง ทำให้กระทบการปล่อยสินเชื่อใหม่ รวมถึงมีความเสี่ยงเรื่องกฎระเบียบจาก ธปท. ดังนั้นคงคำแนะนำ “ถือ”
ตั้งสำรองสูง-กำไรลด
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป ระบุว่า AEONTS รายงานผลประกอบการ 1Q66 มีกำไร 617 ล้านบาท ลดลง 44.6% y-y ถึงแม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ แต่ต้นทุนทางการเงิน และการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงรายได้อื่นที่ลดลงทำให้กำไรลดลง และกำไรลดลง 10.9% q-q จากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงจากการชะลอการปล่อยสินเชื่อ และมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น
แม้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะเพิ่มขึ้น แต่ AEONTS ปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังทำให้สินเชื่อบัตรเครดิตเพิ่มเพียง 0.4% q-q แต่สินเชื่อเงินกู้ยืมมีการหดตัวลง 1.2% q-q ส่งผลให้สินเชื่อรวมในไตรมาสนี้หดตัว 0.2% q-q แต่ NPL กลับเพิ่มสูงขึ้นเป็น 5.9% จาก 5.6% ในไตรมาสก่อน
อย่างไรก็ดี จากการตั้งสำรองที่สูงกว่าคาดทางฝ่ายปรับลดประมาณการกำไรปี 66 ลงมาเป็น 3.4 พันลบ. ลดลง 10.6% y-y และปรับลดราคาพื้นฐานลงมาเหลือ 177 บาท ไม่มี upside gain เหลือแล้ว จึงปรับคำแนะนำลงมาเป็น "ขาย"
มีดีที่ผถห.แกร่ง-ฐานทุนแน่น
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า กำไรสุทธิงวด 1Q24 (มี.ค.-พ.ค.23) ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด โดยอยู่ที่ 617 ล้านบาท หดตัว -45%YoY, -11%QoQ ต่ำกว่าคาด เป็นผลจากการตั้งสำรอง ECL สูง อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนสำรอง (PPOP) งวด 1Q24 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ที่ 2.9 พันล้านบาท ลดลงเล็กน้อย -4%YoY และ +1%QoQ สินเชื่องวดมี.ค.-พ.ค.23 ทรงตัว QoQ แต่เติบโต +1.2%YoY เฉพาะสินเชื่อใหม่โต +5%YoY นำโดยสินเชื่อบัตรเครดิต ส่วนสเปรดแคบลงทั้ง YoY และ QoQ เป็น 16.9%
ขณะที่ NPL ratio และตั้งสำรอง ECL สูงขึ้น โดยสิ้นพ.ค.23 NPL ratio ขยับขึ้นเป็น 5.9% (จาก 5.7% ในสิ้นก.พ.23) ตั้งสำรองเพิ่ม +34%YoY, +7%QoQ ซึ่งสูงกว่าคาด และมีแนวโน้มจะตั้งลดลงในไตรมาสต่อไป ลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 24F (มี.ค.23-ก.พ.24) ลง -20% สะท้อนสมมติฐานตั้งสำรอง ECL ที่สูงขึ้น
คงคำแนะนำซื้อ แต่ลดราคาพื้นฐานเป็น 226 บาท (เดิม 248 บาท) อิงกับ P/BV ปี 24F ที่ 2.5 เท่า (Mean 5 ปี) จุดเด่นของ AEONTS คือ โครงสร้างผู้ถือหุ้นแข็งแรง ฐานเงินทุนและธุรกิจมั่นคง พร้อมที่จะเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้ง C/I ratio มีแนวโน้มลดลงจากการที่ลูกค้าใช้ดิจิตอลมากขึ้น
สำรองหนี้สูญสูงเกินคาด
บล.เคจีไอ ระบุ AEONTS รายงานกำไรสุทธิ 1Q66/67 (มีนาคม – พฤษภาคม 2566) ที่ 617 ล้านบาท (-11% QoQ และ -45% YoY) ต่ำกว่าประมาณการของเราและconsensus คาดที่ 12% และ 15% ตามลำดับ ขณะที่กำไร 1Q66/67 คิดเป็น 15% ของประมาณการกำไรเราเต็มปี 2566/2567F ซึ่งกำไรสุทธิ 1Q66/67 ของ AEONTS ออกมาต่ำกว่าคาดเกิดจากมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญสูงเกินคาดที่ 2.1 พันล้านบาท (เราคาดที่ 2.0 พันล้านบาท) โดยกำไรลดลง QoQ หลัก ๆ มาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญมากขึ้น
ส่วนที่ลดลง YoY มาจาก i) ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (provisioning expenses) เพิ่มขึ้น 34% ii) การรับรู้กำไรพิเศษจากการขาย NPL ช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้ว และ iii) margin ต่ำลง ขณะที่ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Opex) ช่วยลดแรงกดดันของ margin ลงได้แค่บางส่วนทำให้กำไรก่อนการตั้งสำรองและหักภาษี (PPOP) 1Q66/67 ลดลงเพียง 2% QoQ และ 4% YoY
ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ, ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ลดลงเล็กน้อย อานิสงค์จากการที่มีความความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงและสินเชื่อเช่าซื้อ ทำให้พอร์ตการปล่อยสินเชื่อรวม 1Q66/67 ของ AEONTS ทรงตัวทั้ง QoQ และ YoY ส่วน Yield ใน 1Q66/67 ลดลงอยู่ที่ 20.1% (เทียบกับ 20.3% ในไตรมาสก่อนหน้าและ 20.5% ใน 1Q65/66) ขณะที่ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 12bps QoQ และ 60bps YoY ตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น เป็นผลให้ margin ลดลงอยู่ที่ 16.9% (จาก 17.1% ใน 4Q65/66 และ 17.8% ใน 1Q65/66)
NPL เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Gross NPLs) 1Q66/67 เพิ่มขึ้น 4% QoQ และ 13% YoY ท่ามกลางสัดส่วน NPL ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 5.9% (จาก 5.7% ใน 4Q65/66) ทางด้านค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) 1Q66/67 เพิ่มขึ้นเป็น 8.9% (จาก 8.4% ในไตรมาสก่อนหน้า) ในขณะที่ สัดส่วน NPL coverage ลดลงตามเราคาดที่ 184% (เทียบกับ 190% ใน 4Q65/66)
โดยเราคาดกำไรของ AEONTS ดีขึ้นตั้งแต่ 2Q66/67F เป็นต้นไปได้แรงหนุนหลักจากภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นเอื้ออำนวย รวมทั้งการขาย NPL ออกไปใน 2Q-3Q66/67F ทั้งนี้ เราคงราคาเป้าหมายปี 2566F (สิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2567) ไว้เดิมที่ 192 บาท (อิงจาก PE ที่ 12x เท่ากับค่าเฉลี่ยระยะยาว) และคงคำแนะนำ Neutral







