posttoday
บล.ทรีนิตี้ มองหุ้นครึ่งแรก พ.ค. สดใสก่อนเลือกตั้ง-คลายล็อคหลังประชุมเฟด

บล.ทรีนิตี้ มองหุ้นครึ่งแรก พ.ค. สดใสก่อนเลือกตั้ง-คลายล็อคหลังประชุมเฟด

02 พฤษภาคม 2566

บล.ทรีนิตี้ มองตลาดหุ้นครึ่งแรก พ.ค. ปรับตัวดีขึ้นก่อนเลือกตั้ง-คลายล็อคหลังประชุมเฟด ส่วนครึ่งเดือนหลัง ระวังแรงขายหลังเลือกตั้ง 1 สัปดาห์-ลดเสี่ยงก่อนประชุม กนง. ให้กรอบ 1,500-1,630 จุด แนะถือหุ้นที่เข้าสะสมก่อนหน้านี้ คาดหวังขายทำกำไรหลังเลือกตั้ง ชู 12 หุ้นเด่น

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนเดือน พ.ค.2566 ว่า สำหรับภาพตลาดหุ้นไทยในเดือน พ.ค.2566 คาดการณ์ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งเดือนแรก จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอก 

โดยปัจจัยภายใน มองไปยังปรากฏการณ์ Election rally ที่มักเกิดขึ้นก่อนหน้าการเลือกตั้งจริงราว 2 สัปดาห์ ซึ่งน่าจะทำให้เกิดแรงเก็งกำไรในกลุ่มหุ้น Domestic ขึ้นมาได้ ส่วนในฝั่งของปัจจัยต่างประเทศนั้น มองไปยังปรากฏการณ์ Buy on Fact ที่น่าจะเกิดขึ้น หลังการประชุม FOMC วันที่ 3 พ.ค.นี้

ทั้งนี้ เนื่องจากประเมินว่าการประชุมครั้งนี้มีโอกาสน้อยที่จะเกิดเหตุการณ์ Surprise ในทางลบ จากการที่จะไม่มีการเผยแพร่ประมาณการ Dot plots รอบใหม่ออกมา รวมถึงโทนของ Statement และการให้สัมภาษณ์ของนาย Jerome Powell ที่ไม่น่าจะมีทิศทาง Hawkish มากนักแล้ว ในภาวะที่ระบบธนาคารสหรัฐยังมีความไม่แน่นอนอยู่ รวมถึงแรงกดดันเงินเฟ้อชะลอลงต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือน พ.ค.2566 โดยเฉพาะในช่วงหลังจากการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้วราว 1 สัปดาห์ แนะนำให้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผลการเลือกตั้งที่ออกมาไม่สามารถก่อให้เกิดกรณีที่พรรคแกนนำสามารถรวมเสียงได้เกิน 375 ที่นั่ง หากเป็นเช่นนี้ คาดว่าอาจเห็นปรากฏการณ์ Sell on fact ในตลาดเกิดขึ้น ภายหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นได้ราว 1 สัปดาห์ คล้ายกับสถิติที่เคยเกิดขึ้นในอดีต 

นอกจากนั้น ในส่วนของปัจจัยด้านนโยบายการเงิน หากที่ประชุม กนง. ในวันที่ 31 พ.ค.2566 มีมติให้ขึ้นดอกเบี้ยต่ออีก 0.25% ไปอยู่ที่ 2.00% จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ PE Contraction ขึ้นในตลาดได้ ส่งผลให้ระดับ PE Multiple ที่เหมาะสมในตลาดจะถูกลดทอนลงมาจนกระทบกับระดับ SET ที่เหมาะสมในกรณีต่างๆ ด้วยเช่นกัน

โดยให้กรอบดัชนีที่ระดับ 1,500-1,630 จุด ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำถือครองหุ้นที่ได้เข้าสะสมมาก่อนหน้านี้ เพื่อคาดหวังการขายทำกำไรในช่วงกลางเดือน พ.ค. หรืออย่างช้าหลังจากการเลือกตั้งราว 1 สัปดาห์ โดยกลุ่มหุ้นที่แนะนำถือครองยังคง ได้แก่ กลุ่มภาคบริการของไทยที่ยังคงเห็น Demand แข็งแกร่ง ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น ทนทานต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ และมักอยู่ในธีม Election rally ในอดีต อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL, KTB) โรงพยาบาล (BH, BDMS) และค้าปลีก (CPALL, MAKRO, BJC) 

ผสมผสานกับกลุ่มหุ้นที่มีธีมสนับสนุนในช่วง 1 เดือนข้างหน้า เช่น หุ้นที่ทาง บล.ทรีนีตี้ คำนวณว่าจะถูกคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี SET50 ในรอบถัดไป ซึ่งได้แก่ TLI และ WHA ส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเลือกตั้งที่อาจเป็นสีสันสำหรับการเก็งกำไรในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน มองไปยัง SC, SIRI, PR9 เป็นต้น

นายณัฐชาต กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์อื่นนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้นที่น่าติดตามในเดือน พ.ค.นี้ ได้แก่ 1. ปฏิกิริยาของราคาน้ำมันดิบ หลังเริ่มต้นมาตรการลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ รอบใหม่เป็นจำนวน 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน 2. การประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 4 พ.ค. ตลาดคาด ECB จะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% 3. การประกาศรายชื่อสมาชิกชุดใหม่ของดัชนี MSCI ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ 

4. การประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2566 ของบริษัทจดทะเบียนที่เหลือ และแนวโน้มการปรับประมาณการของนักวิเคราะห์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคาดการณ์ EPS ของตลาด และ Valuation ของดัชนี 5. พัฒนาการของหุ้น STARK เกี่ยวกับการส่งงบฯ และ 6. พัฒนาการของหุ้น DELTA หลังการแตกพาร์ ซึ่งจะส่งอิทธิพลต่อดัชนีได้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน