
SET เป้าหมายถัดไปที่จุดสูงเดิม 1,610-1,615 จุด
SET มีโมเมนตัมในการปรับขึ้นได้ต่อ โดยมีเป้าหมายถัดไปบริเวณจุดสูงเดิม 1,610- 1,615 จุด กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ KTB และ CPALL
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET ในภาพรวมยังมีโมเมนตัมสำหรับการปรับขึ้นได้ต่อ โดยมีเป้าหมายถัดไปบริเวณจุดสูงเดิม 1,610- 1,615 จุด แม้อาจมีการย่อสลับบ้างตามกลุ่มพลังงานที่อ่อนตัวตามราคาน้ำมัน และความผันผวนจากการสวิงของหุ้น DELTA อย่างไรก็ตาม หากไม่ต่ำกว่ากรอบล่าง แนวรับ 1,580-1,590 จุด ยังเป็นสัญญาณที่ดี
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหว Sideways อยู่ในกรอบระหว่าง 1,580-1,620 จุด เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ และรอดูผลประกอบการไตรมาส 1/2566 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ อีกทั้งมุมมองที่แตกต่างระหว่างเฟดและตลาดเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจนำไปสู่ความผันผวนของตลาดในระยะถัดไป ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ "Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Best of the best ภายใต้วิกฤตการเงินในสหรัฐและยุโรป ซึ่งมีพื้นฐานและฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีกำไรในปี2566-2567 เติบโตเฉลี่ยสูงกว่ากําไรของกลุ่มหุ้นที่เราแนะนํา Outperform และ Valuation ไม่แพง โดยชื้อขายด้วยPER และ PBV เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่บริเวณ -1.0 ถึง -2.0 S.D. ให้คาด Downside เริ่มจํากัด จึงมองเป็นโอกาสชื้อสะสม เลือก AU BBL BDMS CPALL GULF
2. หุ้นที่มีสถิติให้ผลตอบแทนดีหากชื่อวันแรกหลังเปิดสงกรานต์และขายปลายเดือน เม.ย. โดยคัดเลือกหุ้นที่เราแนะนํา Outperform และมีปัจจัยบวกหนุน ได้แก่ กลุ่มพลังงาน เลือก PTT BCP ซึ่งคาดได้อานิสงส์ราคานํ้ามันฟื้นตัว และค่าการกลับเข้าสู่ High Season, กลุ่มค้าปลีก เลือก HMPRO หลังอุปสงค์ เครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มให้ความเย็นปรับตัวดีขึ้นจากภาวะอากาศร้อนจัด และหุ้นปันผล เลือก AP KKP KTB LH ซึ่งจะขี้น XD ในช่วงกลาง เม.ย.-ต้น พ.ค. นี้
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ KTB คาดไตรมาส 1/2566 กำไร 9.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5%YoY และ 14%QoQ อีกทั้งมองได้ประโยชน์มากที่สุดจากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น มีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ และValuation น่าสนใจ ทั้งนี้วันนี้ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงจากขึ้น XD มองเป็นโอกาสชื้อลงทุน
CPALL คาดไตรมาส 1/2566 กำไรปกติที่ 3.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%YoY และ 26%QoQ อีกทั้งมองมีปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นในระยะถัดไป คือ การรีไฟแนนซ์หนี้สกุลดอลลาร์สหรัฐของ MAKRO ผ่านการออกหุ้นกู้สกุลบาท ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการเงินลดลง หนุนให้กำไรปรับขึ้นได้อีก







