
SET มีโอกาสลุ้นรอทดสอบที่ระดับ 1,600 จุด
SET มีโอกาสรอทดสอบ 1,600 จุด หากขึ้นทะลุผ่านได้เป็นบวกต่อ เพื่อทดสอบจุดสูงเดิมบริเวณ 1,615 จุด เป็นแนวต้านถัดไป กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ BCP และ BBL
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า ช่วง SET ปิดสงกรานต์ ไม่มีประเด็นใหม่ที่มีนัยสําคัญเข้ามากระทบตลาดนัก ขณะที่งบฯ กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐออกมาดี คาดจะเป็นปัจจัยสร้างSentiment บวกต่อกลุ่มธนาคารไทย และ SET โดยแนวโน้มดัชนี หากไม่ต่ำกว่า 1,570 จุด ยังมองมีโอกาสรอทดสอบ 1,600 จุด ซึ่งหากขึ้นทะลุผ่านได้เป็นบวกต่อ เพื่อทดสอบจุดสูงเดิมบริเวณ 1,615 จุด เป็นแนวต้านถัดไป
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหว Sideways อยู่ในกรอบระหว่าง 1,580-1,620 จุด เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ และรอดูผลประกอบการไตรมาส 1/2566 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ อีกทั้งมุมมองที่แตกต่างระหว่างเฟดและตลาดเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจนำไปสู่ความผันผวนของตลาดในระยะถัดไป ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ "Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Best of the best ภายใต้วิกฤตการเงินในสหรัฐและยุโรป ซึ่งมีพื้นฐานและฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีกำไรในปี2566-2567 เติบโตเฉลี่ยสูงกว่ากําไรของกลุ่มหุ้นที่เราแนะนํา Outperform และ Valuation ไม่แพง โดยชื้อขายด้วยPER และ PBV เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่บริเวณ -1.0 ถึง -2.0 S.D. ให้คาด Downside เริ่มจํากัด จึงมองเป็นโอกาสชื้อสะสม เลือก AU BBL BDMS CPALL GULF
2. หุ้นที่มีสถิติให้ผลตอบแทนดีหากชื่อวันแรกหลังเปิดสงกรานต์และขายปลายเดือน เม.ย. โดยคัดเลือกหุ้นที่เราแนะนํา Outperform และมีปัจจัยบวกหนุน ได้แก่ กลุ่มพลังงาน เลือก PTT BCP ซึ่งคาดได้อานิสงส์ราคานํ้ามันฟื้นตัว และค่าการกลับเข้าสู่ High Season, กลุ่มค้าปลีก เลือก HMPRO หลังอุปสงค์ เครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มให้ความเย็นปรับตัวดีขึ้นจากภาวะอากาศร้อนจัด และหุ้นปันผล เลือก AP KKP KTB LH ซึ่งจะขี้น XD ในช่วงกลาง เม.ย.-ต้น พ.ค. นี้
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BCP ช่วงสั้นมองได้ Sentiment บวกจากราคานํ้ามันที่ปรับตัวขึ้น หลัง ตลาดกังวลอุปทานตึงตัว เนื่องจากโอเปกพลัสปรับลดการผลิตนํ้ามันลง นอกจากนี้ยังมองบวกต่อแผนเข้าซื้อกิจการ ESSO เพื่อต่อยอดธุรกิจน้ำมัน ทำให้สามารถขยายธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
BBL คาดไตรมาส 1/2566 มีกำไรปกติราว 1.07 หมื่นล้านบาท เติบโต 50%YoY สูงที่สุดในกลุ่ม อีกทั้งมองมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ และได้ประโยชน์มากที่สุดจากวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น มีเงินปันผลจ่าย3 บาท (XD 21 เม.ย.) คิดเป็น Div. Yield 1.9%







