posttoday
Lotus’s จ่อขายหุ้นกู้ให้ ปชช. ครั้งแรก คาดเปิดจองกลางเดือนเมษายน ชูเครดิต A+

Lotus’s จ่อขายหุ้นกู้ให้ ปชช. ครั้งแรก คาดเปิดจองกลางเดือนเมษายน ชูเครดิต A+

15 มีนาคม 2566

Lotus’s (โลตัส) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ให้ประชาชนครั้งแรก คาดเปิดจองซื้อกลางเดือนเมษายน ชูอันดับความน่าเชื่อถือ A+ แนวโน้ม “Stable” จากทริสเรทติ้ง เบื้องต้นขายผ่าน 8 สถาบันการเงิน

บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดใหญ่ และบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ “โลตัส” (Lotus’s) ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

โดยจะเสนอขายให้กับผู้ลงทุนประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ผ่านสถาบันการเงินที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายในเบื้องต้นจำนวน 8 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารยูโอบี บลจ. เกียรตินาคินภัทร และทรูมันนี่ วอลเล็ท

ทั้งนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มสถาบันการเงินที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย เพื่อเพิ่มช่องทางและโอกาสในการเข้าถึงการลงทุนในหุ้นกู้ “โลตัส” (Lotus’s) ให้กับผู้ลงทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะเสนอขายหุ้นกู้ในช่วงกลางเดือนเมษายน 2566 ทั้งนี้ รุ่นอายุและอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้อยู่ระหว่างการพิจารณาซึ่งจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย  เปิดเผยว่า การออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทฯ ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เสนอขายให้กับผู้ลงทุนประชาชนทั่วไป ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นโอกาสที่ดีของผู้ลงทุนที่จะได้ลงทุนในหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัท ที่มีโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่ได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงภาคท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นในปัจจุบัน และยังมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต

ทั้งนี้ หุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ “A+” เช่นเดียวกับอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ซึ่งอยู่ที่ระดับ “A+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” โดยเป็นการจัดอันดับ ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2565  ด้วยมุมมองว่าเป็นธุรกิจร้านค้าปลีกแบบ omni-channel ที่มีช่องทางหลากหลายและครอบคลุม ทั้งออฟไลน์และออนไลน์

โดยทริสเรทติ้งระบุว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจของบริษัทฯ ยังมีปัจจัยเสริมความแข็งแกร่งจากการมีพื้นที่เช่าในทำเลที่ดีและลักษณะของธุรกิจค้าปลีกที่สร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งคาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งในธุรกิจค้าปลีกและพื้นที่ให้เช่าจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ปัจจุบัน บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทมฯ เป็นทั้งผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค และบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ “โลตัส” (Lotus’s) เป็นธุรกิจค้าปลีกแบบออมนิแชนแนล ที่มีช่องทางจัดจำหน่ายหลายรูปแบบ โดย  ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 “โลตัส” (Lotus’s) มีร้านค้าปลีกจำนวน 2,578 แห่งทั่วประเทศไทย ประกอบด้วยร้านไฮเปอร์มาร์เก็ต 223 แห่ง ซูเปอร์มาร์เก็ต 202 แห่ง และมินิซูเปอร์มาร์เก็ต 2,153 แห่ง

สำหรับธุรกิจในประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจากระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตลอดจนระบบการกระจายสินค้าและเครือข่ายด้านโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเร่งการเติบโตของยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศในการเป็น fulfillment center จัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทั่วประเทศไทย

รวมทั้งยังร่วมมือกับธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ (Online Marketplace) เพื่อเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้าให้กับผู้บริโภค ตลอดจนการเปิดตัวธุรกิจใหม่ ทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ซึ่งสะท้อนการปรับตัวของ “โลตัส” (Lotus’s) ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ และรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังทำธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า โดยมีพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า 200 แห่ง (ไม่รวมศูนย์การค้าที่มีการลงทุนโดยกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าโลตัสส์ รีเทล โกรท หรือ LPF จำนวน 23 แห่ง) มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิถาวรรวมประมาณ 806,081 ตารางเมตร โดยมีร้านไฮเปอร์มาร์เก็ตของ “โลตัส” (Lotus’s) เป็นร้านค้าหลัก

โดยในจำนวนศูนย์การค้าทั้งหมด บริษัทฯ ถือกรรมสิทธิ์ (Freehold) ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าจำนวน 70 แห่ง ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ของศูนย์การค้าอยู่ที่ประมาณ 90% และบริษัทฯ ถือหน่วยลงทุน 25% ในกองทุนรวม LPF ที่ลงทุนในศูนย์การค้า 23 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่าสุทธิถาวรรวมประมาณ 339,700 ตารางเมตร

ทั้งนี้ ผลประกอบการในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 183,791.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ซึ่งสะท้อนสัญญาณในทิศทางบวกจากการฟื้นตัวกลับมาของธุรกิจ อันเป็นผลจากการที่สามารถเปิดให้บริการศูนย์การค้าได้ตามปกติ และประชาชนมีความต้องการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ที่ผ่านมา “โลตัส” (Lotus’s) ยังได้ปรับปรุงและขยายธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย ด้วยการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ด้วยมองว่าปัจจัยที่ดึงดูดลูกค้า คือ การมีผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและมีความหลากหลาย ในราคาที่เอื้อมถึง ทำให้สามารถนำเสนอการจับจ่ายที่ครบครันในที่เดียวแก่ลูกค้าได้ (One-Stop Shop)

พร้อมกันนี้ยังมีแผนที่จะขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ร้านค้าของ “โลตัส” (Lotus’s) สามารถเข้าถึงและให้บริการผู้บริโภคได้มากขึ้น และเป็นศูนย์รวมการใช้ชีวิตอัจฉริยะของชุมชน หรือ SMART Community Center โดยมีแผนที่จะเปิดร้านไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาใหม่ 4 แห่ง ซูเปอร์มาร์เก็ต 5 แห่ง และมินิซูเปอร์มาร์เก็ต 150 แห่งต่อปี ภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ยังเร่งการจำหน่ายสินค้าออนไลน์โดยได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น Lotus’s SMART app ให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าแบบออนไลน์ โดยใช้สาขาของไฮเปอร์มาร์เก็ตและโลตัส โก เฟรช รวม 2,578 สาขา เป็นจุดกระจายสินค้า 

ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI