posttoday
IMF เตือนเศรษฐกิจโลกโต 3.1% ฐานรากเปราะบาง กาง 3 ภารกิจรับมือวิกฤต

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกโต 3.1% ฐานรากเปราะบาง กาง 3 ภารกิจรับมือวิกฤต

15 ตุลาคม 2569

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.1% บนฐานรากที่เปราะบาง ชี้โลกพึ่งพา AI มากเกินไป เหมือนยืนขาเดียว เร่งทุกประเทศลดหนี้-ฟื้นฟูกันชนการเงิน ชู 3 ภารกิจ รับมือวิกฤต

KEY

POINTS

  • IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2569 จะเติบโต 3.1% แต่เตือนว่าตั้งอยู่บนฐานรากที่เปราะบางมาก โดยพึ่งพาเทคโนโลยี AI เป็นหลักและเผชิญความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและหนี้สินสูง
  • ทุกประเทศควรเร่งสร้างกันชนทางการเงิน ลดระดับหนี้สิน และจัดระเบียบวินัยทางการคลัง เพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  • ชู 3 ภารกิจหลักในการดูแลเศรษฐกิจโลก คือ ติดตามและเตือนภัยความเสี่ยง, แบ่งปันนโยบายและประสบการณ์ และให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ประเทศที่ต้องการ

Global Debate: Forging Resilient and Dynamic Economies for the Future ถือเป็นเวทีไฮไลต์ในการประชุมใหญ่ประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) วันนี้ (15 ต.ค.2569) 

 

คริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมแสดงมุมมองทิศทางและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในเวทีดังกล่าว

 

เธอ ระบุว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น (Resilient) ต่อวิกฤตและแรงกระแทกต่าง ๆ แต่ความยืดหยุ่นดังกล่าวกำลังลดน้อยลงเรื่อย ๆ และตั้งอยู่บน “ฐานรากที่เปราะบางอย่างยิ่ง”

 

พร้อมเตือนว่าทุกประเทศไม่ควรนิ่งนอนใจและต้องเร่งฟื้นฟูกันชนทางการเงิน ลดยอดหนี้ ตลอดจนจัดระเบียบวินัยทางการเงินและการคลังอย่างจริงจัง เพื่อเตรียมรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 

 

เศรษฐกิจโลกโต 3.1% แต่ความเหลื่อมล้ำกระจายตัวรุนแรง

 

กอร์เกียวา ได้เปิดเผยตัวเลขประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ไว้ที่ 3.1% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนตุลาคมและเมษายนที่ผ่านมา 

 

อย่างไรก็ตาม กอร์เกียวา เน้นย้ำว่า เบื้องหลังตัวเลขการเติบโตดังกล่าวมีความแตกต่างกระจายตัวอย่างมาก

 

โดยกลุ่มที่ถูกปรับเพิ่มประมาณการ ได้แก่ ประเทศที่ได้รับแรงขับเคลื่อนจากความตื่นตัวและการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งกลุ่มผู้ผลิต AI เช่น สหรัฐอเมริกา จีน และอินเดีย รวมถึงกลุ่มประเทศที่เป็นซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่คุณค่าของ AI เช่น ไทย และเกาหลีใต้ ซึ่งรวมเป็น 7 ประเทศในกลุ่มนี้

 

ส่วนกลุ่มที่ถูกปรับลดประมาณการ ได้แก่ ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม และกลุ่มประเทศที่ต้องนำเข้าเชื้อเพลิงซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิวัติ AI

 

เตือนเศรษฐกิจโลก “ยืนบนขาข้างเดียว” หวั่นความเสี่ยง AI-เงินเฟ้อ

 

กอร์เกียวา เปรียบเทียบว่า เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเปรียบเสมือนกำลัง “ยืนอยู่บนขาข้างเดียว” โดยพึ่งพาเทคโนโลยี AI เป็นหลัก และมีความเสี่ยงที่อาจสั่นคลอนได้จาก 2 ปัจจัย ได้แก่ การประเมินประโยชน์ทางเทคโนโลยีสูงเกินไปในระยะสั้น แต่ประเมินต่ำไปในระยะยาว จนนำไปสู่ความผิดหวังและการถอนการลงทุน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง และความเสี่ยงที่ AI อาจเติบโตจนหลุดจากการควบคุมของมนุษย์และสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินโลก 
 

นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และอุปสงค์ใหม่จาก AI ซึ่งฉุดให้เงินเฟ้อทรงตัวสูง จนธนาคารกลางต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด 

 

คริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva)

 

เธอได้ชี้ให้เห็นว่า หลายประเทศ รวมถึงประเทศพัฒนาแล้วบางแห่ง กำลังแบกรับภาวะหนี้ และขาดดุลสูง เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลให้ต้นทุนในการชำระหนี้ ของรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย กลายเป็นภาระทางการคลังที่หนักขึ้น

 

พร้อมย้ำว่า ท่ามกลางภาวะที่ต้นทุนการเงินและอัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น สิ่งที่ทุกประเทศควรทำคือการสร้างกันชนทางการเงิน ลดระดับหนี้สินลง และจัดระเบียบวินัยทางการคลังให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดการเงินโลก

 

กอร์เกียวา ได้กล่าวชื่นชมประเทศที่สามารถปฏิรูปโครงสร้างและสร้างวินัยทางการคลังได้สำเร็จ เช่น กรีซ ที่นอกจากจะชำระหนี้ IMF ได้ครบก่อนกำหนดแล้ว ยังให้เงินทุนสนับสนุนช่วยเหลือทางเทคนิคแก่ประเทศอื่น รวมถึงอาร์เจนตินา ที่เร่งจัดระเบียบทางการเงินเพื่อสร้างความมั่นคง 

 

จี้แก้ปัญหาความไม่สมดุลเชิงโครงสร้าง 

 

กอร์เกียวา ระบุถึงความท้าทายสำคัญจากปัญหาความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจากสองมหาอำนาจเศรษฐกิจ

 

  • จีน เผชิญปัญหาการบริโภคภายในประเทศไม่เพียงพอ พึ่งพาการส่งออกสูง
  • สหรัฐอเมริกา เผชิญปัญหาการออมต่ำ แต่มียอดหนี้และการขาดดุลในระดับสูง
  • ยุโรป เผชิญปัญหาขาดแคลนการลงทุนและการเติบโตของผลิตภาพ (Productivity) ที่ล่าช้า

 

ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและการแข่งขันของประเทศอื่น ๆ อย่างไรก็ดี กอร์เกียวาแสดงความเชื่อมั่นและมองโลกในแง่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาว่า ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากประเทศต่าง ๆ เริ่มตระหนักและหันมาแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลเพื่อประโยชน์ของตนเองมากขึ้น

 

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกโต 3.1% ฐานรากเปราะบาง กาง 3 ภารกิจรับมือวิกฤต

 

3 ภารกิจหลัก IMF ยุคเศรษฐกิจผันผวน

 

กอร์เกียวา สรุปบทบาทของ IMF ในการดูแลเศรษฐกิจโลกไว้ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 

 

1. ติดตามสภาวะเศรษฐกิจของทุกประเทศเพื่อเตือนความเสี่ยงล่วงหน้า 

 

2. ส่งผ่านประสบการณ์และนโยบายการเงิน-การคลังที่เอื้อต่อการเติบโต รวมถึงการจัดทำดัชนีความพร้อมด้าน AI (AI Preparedness Index) เพื่อช่วยประเทศสมาชิกเตรียมความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทักษะแรงงาน และนโยบายกำกับดูแล

 

3. ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ประเทศที่ประสบปัญหาพร้อมเงื่อนไขการปฏิรูปที่รัดกุม 

 

ในช่วงท้าย กอร์เกียวา ได้กล่าวขอบคุณประเทศไทยที่ทำหน้าที่เจ้าภาพการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมกล่าวชักชวนให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนออกไปท่องเที่ยวและใช้จ่ายช้อปปิ้งในประเทศไทยอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกโต 3.1% ฐานรากเปราะบาง กาง 3 ภารกิจรับมือวิกฤต

IMF เตือนเศรษฐกิจโลกโต 3.1% ฐานรากเปราะบาง กาง 3 ภารกิจรับมือวิกฤต