
ส.อ.ท.ตั้งเป้าดันสินค้า Made in Thailand ทะลุ 2 แสนล้านปี 70
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าดันสินค้า Made in Thailand ทะลุ 2 แสนล้านปี 70 จี้รัฐเร่งซื้อ หนุน SME รับอานิสงส์
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. ตั้งเป้าขับเคลื่อนมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุไทยสู่ 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 โดยมุ่งให้สินค้าที่ผู้ประกอบการไทยผลิตและได้รับการรับรอง MiT (Made in Thailand) แล้วมีโอกาสเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น และเกิดคำสั่งซื้อจริงอย่างต่อเนื่อง
โดยเดือนตุลาคม 2569 มีสินค้า MiT ที่มีสถานะ Active กว่า 40,000 รายการ และมีมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐแล้วกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มสินค้าที่ขึ้นทะเบียน MiT สูงสุดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ วัสดุก่อสร้าง ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พลาสติกและปิโตรเคมี เครื่องจักรกล รวมถึงอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
พัฒนาอีโค่ซิสเต็มผู้ผลิต
นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังมุ่งพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน และหน่วยงานผู้ซื้อ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเลือกใช้สินค้าไทยด้วยกันอย่างเข้มแข็ง
เมื่อเงินงบประมาณและเม็ดเงินจากการจัดซื้อหมุนเวียนกลับมาเป็นคำสั่งซื้อให้กับผู้ผลิตในประเทศ จะช่วยสนับสนุนกำลังการผลิต การจ้างงาน และการเติบโตของห่วงโซ่อุปทานไทย รวมถึงเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงตลาดและเติบโตไปพร้อมกับภาคอุตสาหกรรม
MiT คือสินค้าที่ผลิตในไทย
นางพิมพ์ใจ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันพบสินค้าบางประเภทระบุข้อความ Made in Thailand ลงบนผลิตภัณฑ์โดยตรง ส.อ.ท. จึงขอชี้แจงให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่า คำว่า Made in Thailand เป็นคำสามัญทั่วไปที่สื่อว่าสินค้านั้นผลิตหรือประกอบขึ้นภายในประเทศไทย
โดยผู้ผลิตในประเทศสามารถระบุข้อความดังกล่าวได้ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง แต่ข้อความดังกล่าว ไม่ใช่ ตราสัญลักษณ์รับรอง MiT และไม่เทียบเท่ากับสินค้าที่ผ่านกระบวนการรับรองของ ส.อ.ท.
“สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันคือ MiT ไม่ใช่ นโยบายของรัฐบาล และไม่ใช มาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ อย่างเช่น มอก. ที่เน้นทดสอบความปลอดภัย แต่ MiT คือตราสัญลักษณ์รับรองที่ทำหน้าที่เสมือนการระบุสัญชาติไทยให้กับสินค้า เพื่อยืนยันคุณสมบัติด้านการผลิตในประเทศตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด”
ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานเพียงผู้เดียวที่ได้รับมอบหมายตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ. 2563 ภายใต้ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 ให้มีอำนาจพิจารณาออกใบรับรองและขึ้นทะเบียนสินค้า ซึ่งสินค้าที่ได้รับการรับรองจะต้องแสดงตราสัญลักษณ์ MiT ที่ ส.อ.ท. จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้อย่างเป็นทางการ
รวมถึงมีระบบ QR Code บนใบรับรองเพื่อตรวจสอบย้อนกลับได้ทันที ป้องกันการแอบอ้างและสวมสิทธิ์ เพื่อให้ภาครัฐมีกลไกในการระบุชี้ชัดได้ว่าสินค้าใดเป็นของไทยอย่างแท้จริง
ด้าน นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสายงานมาตรฐานอุตสาหกรรมและศักยภาพในการแข่งขัน และประธานคณะกรรมการกำกับงาน MiT ส.อ.ท. กล่าวว่า การรับรอง MiT ยึดเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนมูลค่าการผลิตในประเทศตามสูตร ASEAN Local Content Scheme ซึ่งต้องมีสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบและแรงงานในประเทศไม่น้อยกว่า 40% และมีสูตรการคำนวณตามแนวทางที่องค์การการค้าโลก (WTO) ยอมรับ จึงไม่ใช่การกีดกันทางการค้า
นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังมีกลไกตรวจสอบภายหลัง (Post Audit) ทั้งการตรวจเอกสารรายละเอียดต้นทุนและการลงสุ่มตรวจสถานประกอบการจริง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่หน่วยงานผู้ซื้อว่าไม่มีการสวมสิทธิ์สินค้า
การพัฒนาระบบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทั้งผู้ประกอบการที่ยื่นขอรับรองและหน่วยงานผู้ซื้อ ว่าสินค้าที่ได้รับตราสัญลักษณ์ MiT ผ่านกระบวนการรับรองตามหลักเกณฑ์ มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ และมีการดูแลข้อมูลอย่างมั่นคงปลอดภัย
ชงภาครัฐหนุน MiT
ส.อ.ท. จึงขอให้ทุกหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจร่วมส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า MiT ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์และทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งการจัดซื้อพัสดุเพื่อใช้งานประจำ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขยายผลจากการรับรองไปสู่การใช้งานจริง และร่วมขับเคลื่อนมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุไทยให้บรรลุเป้าหมาย 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2570
โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายพื้นที่ประสบอุทกภัย ส.อ.ท. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่ได้รับการรับรอง MiT เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ประสบภัย ทั้งการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคของภาครัฐ และอาคาร เช่น วัสดุก่อสร้างสำหรับซ่อมแซมถนน
ผลิตภัณฑ์สำหรับระบบน้ำและสุขาภิบาล อุปกรณ์ระบบไฟฟ้า เช่น สายไฟและเคเบิล หม้อแปลงไฟฟ้า และตู้ควบคุมไฟฟ้า รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด รวมถึงครุภัณฑ์และอุปกรณ์สำนักงาน โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติและมาตรฐานตรงตามความต้องการใช้งาน ภายใต้หลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้อง
โดย ส.อ.ท.จะชวนภาคเอกชนเลือกใช้สินค้า MiT ในการฟื้นฟูโรงงานและสถานประกอบการด้วยเช่นกัน การใช้สินค้า MiT ในงานฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ประสบภัยครั้งนี้ จะช่วยให้เม็ดเงินที่ใช้ในการซ่อมแซมกลับมาเป็นคำสั่งซื้อแก่ผู้ผลิตในประเทศ
รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs และผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทาน สนับสนุนการกลับมาดำเนินธุรกิจ การรักษาการจ้างงาน และการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่ จึงเป็นการเชื่อมโยงการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติเข้ากับการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย เพื่อให้ทั้งพื้นที่ประสบภัยและภาคธุรกิจฟื้นตัวไปพร้อมกัน







