posttoday
IMF เตือนหนี้โลกพุ่ง 100% เร่งรื้อระบบภาษี ลดอุดหนุนพลังงาน ชี้ดอกเบี้ยสูงเบียดงบพัฒนาประเทศ

IMF เตือนหนี้โลกพุ่ง 100% เร่งรื้อระบบภาษี ลดอุดหนุนพลังงาน ชี้ดอกเบี้ยสูงเบียดงบพัฒนาประเทศ

14 ตุลาคม 2569

IMF เตือนฐานะการคลังทั่วโลกอ่อนแอ แม้เศรษฐกิจเติบโตดีกว่าคาด หนี้สาธารณะมีแนวโน้มพุ่งแตะ 100% ของ GDP ภายในสิ้นทศวรรษ ขณะที่ต้นทุนกู้ยืมเพิ่มขึ้นกดดันงบสวัสดิการ การลงทุน และความมั่นคง แนะรัฐบาลเร่งลดขาดดุล ปรับโครงสร้างภาษีให้เอื้อต่อการเติบโต และเปลี่ยนอุดหนุนพลังงานถ้วนหน้าเป็นการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม

KEY

POINTS

  • IMF เตือนฐานะการคลังทั่วโลกอ่อนแอลง แม้เศรษฐกิจยังเติบโตดีกว่าคาด หนี้สาธารณะมีแนวโน้มพุ่งแตะ 100% ของ GDP
  • ขณะที่ต้นทุนกู้ยืมเพิ่มขึ้นกดดันงบสวัสดิการ การลงทุน และความมั่นคง
  • แนะรัฐบาลเร่งลดขาดดุล ปรับโครงสร้างภาษีให้เอื้อต่อการเติบโต และเปลี่ยนอุดหนุนพลังงานถ้วนหน้าเป็นการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลทั่วโลกเร่งฟื้นฟูวินัยการคลัง ก่อนที่ภาระหนี้และต้นทุนดอกเบี้ยจะบีบให้ต้องปรับนโยบายภายใต้แรงกดดันจากตลาด หลังพบว่าฐานะการคลังของหลายประเทศอ่อนแอลง แม้เศรษฐกิจโลกยังแสดงความยืดหยุ่นได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

นายโรดริโก วัลเดส (Rodrigo Valdés) ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลัง IMF เปิดเผยในการแถลงข่าวรายงานเฝ้าระวังทางการคลัง (Fiscal Monitor Press Briefing) ภายใต้หัวข้อ “Taxing Better to Boost Growth” ว่า ดุลการคลังขั้นต้น (Primary Balance) ของหลายประเทศมีแนวโน้มแย่ลงราว 0.4% ของ GDP เมื่อเทียบกับประมาณการเมื่อ 6 เดือนก่อน สะท้อนว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่ได้ทำให้รัฐบาลมีพื้นที่ทางการคลังเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


ขณะเดียวกัน หนี้สาธารณะทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจนเข้าใกล้ 100% ของ GDP ภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยความเสี่ยงสำคัญมาจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น และความยากลำบากในการสร้างดุลระหว่างรายได้กับรายจ่ายของรัฐบาล
 

“วัลเดส” ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำช่วยให้หลายประเทศสามารถรองรับหนี้จำนวนมากได้โดยไม่ต้องเผชิญภาระดอกเบี้ยสูงเกินไป แต่เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น

 

ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้เร่งตัวขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน การรักษาระดับหนี้ให้อยู่ในระดับที่ยั่งยืนจึงทำได้ยากกว่าเดิม

 

จี้รัฐบาลลดขาดดุลทันที

 

“วัลเดส” ย้ำว่า ประเทศที่มีหนี้สูงไม่ควรรอให้ตลาดการเงินส่งสัญญาณวิกฤตหรือบังคับให้ต้องปรับนโยบาย เพราะไม่มีใครสามารถระบุได้อย่างแม่นยำว่าจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตลาดสูญเสียความเชื่อมั่นจะเกิดขึ้นเมื่อใด


“ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้นหากเรารอนานเกินไป” คือสาระสำคัญของคำเตือนจาก IMF ซึ่งยกระดับความเร่งด่วนของการปรับฐานะการคลังจากการวางแผนในระยะยาว มาเป็นการดำเนินการที่ต้องเริ่มต้นทันที โดยเฉพาะประเทศที่มีภาระหนี้สูงและมีพื้นที่รองรับวิกฤตจำกัด

 

IMF เตือนหนี้โลกพุ่ง 100% เร่งรื้อระบบภาษี ลดอุดหนุนพลังงาน ชี้ดอกเบี้ยสูงเบียดงบพัฒนาประเทศ

 

นางเอรา ดาบลา-นอร์ริส (Era Dabla-Norris) รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลัง IMF เสริมว่า ต้นทุนการชำระหนี้ที่สูงขึ้นกำลังเบียดบังงบประมาณที่ควรนำไปใช้กับบริการสาธารณะและการลงทุนระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการประชาชน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการป้องกันประเทศ

 

สำหรับ IMF แนวทางแก้ไขจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการลดรายจ่าย แต่ต้องทำให้ระบบภาษีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่กับการใช้จ่ายภาครัฐอย่างคุ้มค่า เพื่อให้รัฐบาลสามารถเพิ่มรายได้โดยไม่สร้างภาระต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกินจำเป็น

 

IMF เตือนหนี้โลกพุ่ง 100% เร่งรื้อระบบภาษี ลดอุดหนุนพลังงาน ชี้ดอกเบี้ยสูงเบียดงบพัฒนาประเทศ

 

รื้อระบบภาษี ลดบิดเบือนเศรษฐกิจ 

 

หนึ่งในข้อเสนอสำคัญของรายงาน Fiscal Monitor คือการปรับปรุงระบบภาษีให้ส่งเสริมการลงทุน การจ้างงาน และการเพิ่มผลิตภาพ แทนการมุ่งเพิ่มอัตราภาษีเพียงอย่างเดียว


“วัลเดส” ระบุว่า งานศึกษาของ IMF พบว่า หากประเทศสามารถลดระดับการบิดเบือนทางเศรษฐกิจจากระบบภาษี จากระดับ 25% สู่ 75% อาจช่วยเพิ่ม GDP ต่อหัวได้ประมาณ 3.5% ภายในเวลาไม่กี่ปี


การออกแบบภาษีมีความสำคัญไม่แพ้ระดับภาษีที่จัดเก็บ เพราะระบบภาษีที่ซับซ้อนหรือสร้างแรงจูงใจผิดพลาดอาจทำให้ธุรกิจลงทุนลดลง ประชาชนมีแรงจูงใจในการทำงานน้อยลง และทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ


IMF จึงเสนอให้รัฐบาลทบทวนข้อยกเว้นทางภาษีที่ไม่จำเป็น ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และปรับปรุงการบริหารจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่มีฐานภาษีแคบและจัดเก็บรายได้ได้ต่ำเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ

 

เดวิด เฟอร์เชรี (David Furceri) ผู้บริหารฝ่ายกิจการการคลัง IMF ระบุว่า การปรับปรุงการบริหารจัดเก็บภาษีสามารถเพิ่มรายได้ให้รัฐบาลได้เกือบ 2% ของ GDP ในบางบริบท ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้ที่มีนัยสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการขึ้นอัตราภาษีเพียงอย่างเดียว

 

IMF เตือนหนี้โลกพุ่ง 100% เร่งรื้อระบบภาษี ลดอุดหนุนพลังงาน ชี้ดอกเบี้ยสูงเบียดงบพัฒนาประเทศ


ขณะที่ “ดาบลา-นอร์ริส” ชี้ว่า การลดขั้นตอนยุ่งยากในการเสียภาษียังช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กและ SMEs ซึ่งมักมีทรัพยากรจำกัดในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของภาครัฐ

 

เลิกอุดหนุนพลังงาน ช่วยคนเปราะบางตรงจุด

 

อีกหนึ่งประเด็นที่ IMF ให้ความสำคัญคือมาตรการอุดหนุนราคาพลังงาน โดย “วัลเดส” ระบุว่า หลายประเทศยังคงใช้มาตรการอุดหนุนแบบถ้วนหน้า ซึ่งมีต้นทุนทางการคลังสูง และอาจสร้างความเหลื่อมล้ำในการกระจายประโยชน์


มาตรการอุดหนุนพลังงานมีต้นทุนทางการคลังรวมประมาณ 0.5% ของ GDP โลกในปี 2569 ขณะที่การตรึงราคาเชื้อเพลิงในบางประเทศอาจสร้างภาระสูงถึง 1-1.5% ของ GDP


IMF มองว่าการอุดหนุนราคาพลังงานแบบถ้วนหน้าไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกกลุ่มจะได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน เพราะผู้ที่ใช้พลังงานมากมักได้รับประโยชน์ในรูปตัวเงินมากกว่าครัวเรือนรายได้น้อย ขณะที่รัฐบาลต้องแบกรับต้นทุนแทนการนำงบประมาณไปใช้ในด้านอื่น


นอกจากนี้ การตรึงราคายังลดแรงจูงใจให้ครัวเรือนและธุรกิจปรับพฤติกรรมเมื่อพลังงานขาดแคลน และอาจทำให้ความต้องการพลังงานไม่ลดลงตามกลไกตลาด


“วัลเดส” เสนอให้รัฐบาลปล่อยให้ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนและความขาดแคลนที่แท้จริง พร้อมเปลี่ยนไปใช้มาตรการช่วยเหลือแบบเจาะจง เช่น เงินช่วยเหลือครัวเรือนเปราะบาง การสนับสนุนค่าเดินทาง หรือการอุดหนุนบริการขนส่งสาธารณะ


หลักการสำคัญคือ “การปกป้องประชาชนไม่ใช่สิ่งเดียวกับการปกป้องราคาเชื้อเพลิง” รัฐบาลควรช่วยให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถดำรงชีวิตได้ โดยไม่สร้างภาระงบประมาณจากการตรึงราคาทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง

 

IMF เตือนหนี้โลกพุ่ง 100% เร่งรื้อระบบภาษี ลดอุดหนุนพลังงาน ชี้ดอกเบี้ยสูงเบียดงบพัฒนาประเทศ

 

ตลาดเกิดใหม่-ไทย เสี่ยงต้นทุนกู้ยืมพุ่ง


ในประเด็นผลกระทบต่อตลาดเกิดใหม่ “ดาบลา-นอร์ริส” ระบุว่า ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศกลุ่ม G7 ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 120 จุดพื้นฐาน (Basis Points) นับตั้งแต่สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ต้นทุนการระดมทุนของรัฐบาลทั่วโลกเผชิญแรงกดดันมากขึ้น


แม้ประเทศตลาดเกิดใหม่ส่วนใหญ่มีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นจากการพัฒนากรอบนโยบายเศรษฐกิจและการขยายฐานนักลงทุนภายในประเทศ แต่ระดับความเปราะบางยังแตกต่างกันอย่างมาก


ประเทศที่มีหนี้สูง ต้องชำระหนี้หรือรีไฟแนนซ์จำนวนมากในระยะใกล้ และมีพื้นที่ทางการคลังจำกัด มีแนวโน้มได้รับผลกระทบหนักกว่าประเทศที่มีฐานะการคลังแข็งแกร่ง


สำหรับประเทศไทย IMF แนะนำให้เร่งสร้างพื้นที่ทางการคลังผ่านการบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ วางแผนการคลังที่น่าเชื่อถือ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี และจัดสรรรายจ่ายให้ตรงกับความจำเป็น


สาระสำคัญคือ เมื่ออัตราดอกเบี้ยโลกสูงขึ้น ประเทศที่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมหรือมีภาระหนี้ครบกำหนดจำนวนมากจะมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น การสร้างความเชื่อมั่นผ่านกรอบนโยบายที่ชัดเจนจึงมีส่วนช่วยรักษาความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

 

IMF เตือนหนี้โลกพุ่ง 100% เร่งรื้อระบบภาษี ลดอุดหนุนพลังงาน ชี้ดอกเบี้ยสูงเบียดงบพัฒนาประเทศ

 

ภาษีความมั่งคั่งต้องปิดช่องโหว่

 

เมื่อถูกถามถึงภาษีความมั่งคั่ง (Wealth Tax) และภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ (Capital Gains Tax)

 

“วัลเดส” ระบุว่า การจัดเก็บภาษีความมั่งคั่งมีความท้าทายในทางปฏิบัติ ขณะที่การออกแบบระบบภาษีที่เชื่อมโยงภาษีนิติบุคคล ภาษีมรดก และภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและลดช่องโหว่ระหว่างภาษีแต่ละประเภทได้


สำหรับภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์นั้น มีบทบาทสำคัญในการลดแรงจูงใจในการโยกย้ายรายได้หรือเปลี่ยนรูปแบบรายได้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีบุคคลธรรมดาและภาษีนิติบุคคล


อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของมาตรการขึ้นอยู่กับการออกแบบฐานภาษี การบังคับใช้ และการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี เพื่อให้สามารถสร้างรายได้โดยไม่เพิ่มการบิดเบือนการตัดสินใจลงทุนเกินจำเป็น

 

แอฟริกาเร่งเพิ่มรายได้ภาษี 

 

สำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ภาษีต่ำ IMF เน้นว่าการขยายฐานภาษีเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการสร้างความยั่งยืนทางการคลัง โดยรายได้ภาษีประมาณ 15% ของ GDP ในฐานะจุดเปลี่ยนผ่านที่หลายประเทศจำเป็นต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการจัดบริการสาธารณะ การชำระหนี้ และการลงทุนเพื่อการเติบโต


กรณีไนจีเรีย ผู้สื่อข่าวหยิบยกภาระชำระหนี้ที่สูงถึง 42% ของรายได้รัฐบาล พร้อมถามถึงผลกระทบจากการยกเลิกเงินอุดหนุนน้ำมันและแรงกดดันเงินเฟ้อ
IMF ระบุว่า การปรับลดการขาดดุลต้องคำนึงถึงบริบทของแต่ละประเทศ

 

แต่การยกเลิกเงินอุดหนุนควรมาพร้อมระบบคุ้มครองทางสังคมที่ช่วยเหลือประชาชนได้จริง เช่น โครงการอาหารในโรงเรียน การสนับสนุนเกษตรกรเปราะบาง และการช่วยเหลือค่าเดินทาง


สำหรับ เอธิโอเปีย IMF เน้นความสำคัญของการออกแบบมาตรการทางการคลังให้สอดคล้องกับเงื่อนไขเศรษฐกิจและความสามารถในการรองรับผลกระทบของประชาชน โดยไม่ละเลยความจำเป็นในการสร้างฐานะการคลังที่ยั่งยืน

 

ส่วน อียิปต์ ควรขยายฐานภาษี ลดข้อยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ไม่จำเป็น และปรับปรุงระบบจัดเก็บภาษี ขณะที่ โมร็อกโก ควรปรับการจัดสรรงบประมาณจากการอุดหนุนทั่วไปไปสู่การโอนเงินช่วยเหลือทางสังคมที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมกำหนดกฎการคลังในกฎหมายเพื่อสร้างกรอบวินัยการคลังระยะกลาง

 

IMF เตือนหนี้โลกพุ่ง 100% เร่งรื้อระบบภาษี ลดอุดหนุนพลังงาน ชี้ดอกเบี้ยสูงเบียดงบพัฒนาประเทศ

 

ยุโรปเพิ่มงบกลาโหม ไม่ใช่ก่อหนี้

 

ใน ยุโรป ประเด็นการเพิ่มรายจ่ายด้านการป้องกันประเทศกำลังสร้างโจทย์ใหม่ให้รัฐบาลที่ต้องรักษาวินัยการคลังไปพร้อมกับรับมือความเสี่ยงด้านความมั่นคง

 

“วัลเดส” และ “ดาบลา-นอร์ริส” ให้ความเห็นว่า รายจ่ายด้านการป้องกันประเทศมีลักษณะต่อเนื่อง ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายชั่วคราวที่สามารถพึ่งการกู้ยืมเพื่อรองรับได้ตลอดไป

 

ขณะที่ประเทศยุโรปมีระดับการจัดเก็บภาษีค่อนข้างสูง การเพิ่มภาษีอีกอาจสร้างการบิดเบือนทางเศรษฐกิจ ดังนั้น ทางเลือกสำคัญคือการทบทวนลำดับความสำคัญของงบประมาณและจัดสรรรายจ่ายใหม่ เพื่อให้สามารถรองรับภารกิจด้านความมั่นคงได้โดยไม่ทำให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

สังคมสูงวัยกดดันงบระยะยาว 

 

สำหรับเวียดนาม “ดาบลา-นอร์ริส” ระบุว่า แม้ประเทศมีพื้นที่รองรับทางการคลังอยู่ในระดับที่ดี แต่จำเป็นต้องเร่งปฏิรูประบบบำนาญและขยายการคุ้มครองแรงงานนอกระบบให้เข้าถึงระบบภาษีและบำนาญมากขึ้น เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและลดความเสี่ยงต่อฐานะการคลังในระยะยาว

 

ขณะที่ “วัลเดส” กล่าวถึงบทบาทของจีนในการช่วยประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ประสบปัญหาหนี้ โดยระบุว่าจีนมีบทบาทในการสนับสนุนการปรับเงื่อนไขการชำระหนี้และการจัดหาสภาพคล่องให้แก่ประเทศลูกหนี้ร่วมกับ IMF


พร้อมเตือนว่า สังคมสูงวัยเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่หลายประเทศต้องเผชิญ ทั้งจากรายจ่ายด้านสาธารณสุขและบำนาญที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องวางแผนการคลังระยะยาว ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากภาระหนี้ในปัจจุบันเท่านั้น.

 

IMF เตือนหนี้โลกพุ่ง 100% เร่งรื้อระบบภาษี ลดอุดหนุนพลังงาน ชี้ดอกเบี้ยสูงเบียดงบพัฒนาประเทศ

 

อย่าพลาด!! 


งาน NATION FORUM 2027: THAILAND’S AGENDA วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 - 16.30 น. ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน 


เวทีที่ชวนมองอนาคตประเทศผ่าน 6 วาระสำคัญ เปิดมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี คน และคุณภาพชีวิต ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญของอนาคตประเทศไทย ประกอบด้วย 

  • DATA CENTER วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ผลักดันไทยสู่ Digital Hub
  • THE INTELLIGENCE ECONOMY สำรวจพลังของ AI หุ่นยนต์ และควอนตัม ที่อาจเปลี่ยนเทคโนโลยีจากเครื่องมือ ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและเศรษฐกิจยุคใหม่
  • MONEY IN THE AIR 2027 ชวนมองโลกการลงทุนที่ผันผวน พร้อมจับตา Fintech และ Mega Trends ที่อาจเปลี่ยนเกมการลงทุน
  • TALENT EVOLUTION มุ่งเชื่อมโยงการศึกษากับภาคธุรกิจ พร้อมพัฒนาทักษะแรงงานผ่าน Reskill และ Upskill ให้ทันโลกที่เปลี่ยนไป
  • THE 100-YEAR LIFE ชวนคิดถึงสังคมอายุยืน ไม่ใช่แค่การมีชีวิตยาวนาน แต่ต้องอยู่ได้อย่างมีคุณภาพและมั่นคง
  • SAWASDEE, THAI RISING มองหาโอกาสใหม่ของไทย ผ่าน Soft Power และวัฒนธรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ

 

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://liff.line.me/2011703753-2YImHUQi/nationforum
 

IMF เตือนหนี้โลกพุ่ง 100% เร่งรื้อระบบภาษี ลดอุดหนุนพลังงาน ชี้ดอกเบี้ยสูงเบียดงบพัฒนาประเทศ

 

ข่าวล่าสุด

สัมผัส Italian Halloween Spirit ฉลองฮาโลวีนอบอุ่นที่ Café Buongiorno

สัมผัส Italian Halloween Spirit ฉลองฮาโลวีนอบอุ่นที่ Café Buongiorno