posttoday
จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ย FED ก.ย. นี้

จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ย FED ก.ย. นี้

11 สิงหาคม 2569

จับตาทิศทางดอกเบี้ย FED เดือน ก.ย. ตลาดรอผลตัวเลขเงินเฟ้อ CPI หากยังสูง 'เควิน วอร์ช' ประธานเฟด อาจถูกบีบให้ต้องขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางรอยร้าวในบอร์ดบริหาร

 

ตามรายงานจาก The Wall Street Journal ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนกันยายน ขึ้นอยู่กับตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม หากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) พุ่งสูงกว่า 0.2% 'เควิน วอร์ช' ประธานเฟด อาจถูกกดดันให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความคลางแคลงใจของตลาดพันธบัตรและแรงกดดันทางการเมือง

 

เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เคยตั้งเป้าหมายที่จะบริหารงานโดยไม่พึ่งพิงตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยมากจนเกินไป

 

แต่ในความเป็นจริง สถานการณ์ปัจจุบันอาจทำให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวต้องถูกพับเก็บไว้ก่อน เมื่อรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ 2 ฉบับที่กำลังจะเผยแพร่ จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ชะตาว่า เฟดจะตัดสินใจ "ขึ้นอัตราดอกเบี้ย" ในเดือนกันยายน หรือจะเลือก "ตรึงดอกเบี้ย" ต่อไป

 

จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ย FED ก.ย. นี้

 

ตัวเลข CPI กำหนดทิศทางนโยบายเฟด

 

หากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนกรกฎาคมที่จะประกาศในวันพุธนี้ บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวลง จะช่วยลดแรงกดดันต่อตัวประธานเฟดและคณะกรรมการกำหนดนโยบายที่กำลังกังวลว่าประเมินทิศทางเศรษฐกิจพลาดหรือไม่

 

ในทางกลับกัน หากตัวเลขยังคงพุ่งสูง วอร์ชอาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้มาตรการทางดอกเบี้ยอย่างจริงจัง

 

นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน จะปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนกรกฎาคม

 

  • กรณีตัวเลขเท่ากับหรือต่ำกว่า 0.2%: สอดคล้องกับเป้าหมายของเฟดที่ต้องการดึงเงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2%

 

  • กรณีตัวเลขสูงกว่าคาดการณ์: ถือเป็นสัญญาณอันตราย เนื่องจากมาตรวัดเงินเฟ้อพื้นฐานของเฟดเคยพุ่งสูงถึง 3.3% เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา (เพิ่มขึ้นจาก 2.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า)

 

คณะกรรมการเฟดหลายท่านเคยประเมินว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ได้โดยไม่ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด โดยมองว่าราคาสินค้าที่พุ่งขึ้นจากกำแพงภาษีเป็นเพียงผลกระทบชั่วคราว และราคาพลังงานจะลดลงเมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จริงกลับมีปัจจัยใหม่เข้ามาแทรกแซง ได้แก่ ราคาอุปกรณ์เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ที่พุ่งสูงขึ้น อันเป็นผลจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งทำให้สมมติฐานเดิมของเฟดถูกท้าทาย

 

จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ย FED ก.ย. นี้

 

ที่ผ่านมา วอร์ชชูนโยบายปราบเงินเฟ้อเป็นวาระสำคัญ ทว่าเมื่อเดือนที่แล้วที่เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ย ประธานเฟดกลับไม่ออกมาชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจน โดยระบุเพียงว่า การขึ้นดอกเบี้ยเป็นแค่ส่วนหนึ่งของกระบวนการ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นได้ทำหน้าที่แทนเฟดไปแล้วบางส่วน

 

ความไม่ชัดเจนก่อให้เกิดรอยร้าวภายในคณะกรรมการเฟด โดยกรรมการถึง 10 จาก 19 ท่าน (รวมผู้มีสิทธิ์โหวต 6 จาก 12 ท่าน) ต้องออกมาให้สัมภาษณ์หลังการประชุมเพื่อชี้แจงแทนประธานเฟด

 

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้มีสิทธิ์โหวตอย่างน้อย 6 ท่าน พร้อมสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อไม่ลดลง (โดยมี 3 ท่านโหวตสวนมติเพื่อขอขึ้นดอกเบี้ยทันทีในรอบก่อน)

 

นอกจากนี้ ประธานเฟดยังเผชิญข้อครหาว่า จงใจประวิงเวลาการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้มีส่วนแต่งตั้งเขา ซึ่งเคยกดดันให้เฟดคงดอกเบี้ยต่ำมาโดยตลอด (แม้คนใกล้ชิดวอร์ชจะปฏิเสธเรื่องนี้ก็ตาม)

 

หากเฟดไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในเดือนกันยายน โอกาสครั้งต่อไปจะอยู่ในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเพียงไม่กี่วัน ซึ่งตามธรรมเนียม เฟดมักหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนนโยบายเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าแทรกแซงการเมือง

 

นั่นหมายความว่า หากพลาดรอบกันยายน การตัดสินใจอาจถูกลากยาวไปถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเฟดจะต้องแบกรับแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อไปอีกถึง 4 เดือนเต็ม

 

ข่าวล่าสุด

จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ย FED ก.ย. นี้

จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ชี้ชะตาทิศทางดอกเบี้ย FED ก.ย. นี้