
“นพ.สรณ” ยันอุทธรณ์ - เปิดหนังสือ “มหิดล” ใหม่ ย้ำไม่ผิด
ด้าน 3 กสทช.พ้อ เป็นแค่ กสทช.ชั้น 2 ไม่เคยเล่นเกม ค้าน ใช้ พ.ร.ก.ยุบกสทช. เหตุไม่เป็นธรรม ด้าน “ไตรรัตน์” แจง เร่งประชุมไม่เกี่ยว เซ็นงบ ยูโซ่ – ยังไร้เงา กสทช.สมภพ ร่วมประชุม
ความคืบหน้าประเด็น นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังศาลปกครองกลาง ไม่รับคำฟ้อง นพ.สรณ ปมกรรมการสรรหากสทช.ชี้ขาดคุณสมบัติ โดย นพ.สรณ กล่าวว่า ตนเองเดินหน้าอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่รับฟ้องแน่นอน เนื่องจากไม่ยอมรับคำตัดสิน และ อำนาจของกรรมการสรรหากสทช.
ดังนั้น ตนเองจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะล่าสุด มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ส่งหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของ นพ.สรณ อีกครั้งหนึ่ง ลงวันที่ 8 ส.ค.2569 และมาถึงตนเองเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา
ยืนยันว่า สถานะการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยมหิดล นั้น นพ.สรณ ยืนยันว่า ได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยมหิดลและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2565
ส่วนการทำงานหลังจากนั้นจนถึงวันที่ 12 เม.ย. 2565 เป็นการ ประกอบวิชาชีพแพทย์อิสระเฉพาะทาง ตามความจำเป็นเพื่อดูแลผู้ป่วย โดยไม่ได้เป็นลูกจ้างหรือรับเงินเดือนโดยตรงจากมหาวิทยาลัย
ขณะที่หลักฐานทางภาษี รายได้ในช่วงเดือน ม.ค.ถึง มิ.ย. 2565 เป็น รายได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40(6) ไม่ใช่เงินเดือนหรือค่าจ้างตามมาตรา 40(1) ตามที่คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัย
เหตุใดคณะกรรมการสรรหาจึงเร่งรีบสรุปผล ใช้เวลา 37 วัน ประชุม 4 ครั้ง โดยไม่รอหนังสือตอบจากมหาวิทยาลัยมหิดล และไม่ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ตนประกอบวิชาชีพในวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญและไม่ขัดต่อการทำงานเต็มเวลาของ กสทช.
นอกจากนี้ยังระบุว่า ข้อมูลที่ส่งไปยังกฤษฎีกาเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นจากรายงานของกรรมาธิการ อีกทั้งยังได้ตอบคำถามต่อสื่อมวลชนในประเด็น เอกสารของมหิดลที่ผิดตั้งแต่แรกนั้นว่า เป็นเรื่องที่มหิดลต้องชี้แจง ว่าเหตุใดจึงทำเอกสารผิดตั้งแต่แรก
นพ.สรณ ยืนยันว่า จากนี้ต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย คือการอุทธรณ์ต่อศาลต่อไป หากปรากฏหลักฐานใหม่ที่แสดงความถูกต้องแล้ว และเรื่องยังไม่มีความยุติชัดเจน ก็ไม่ควรนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าถวาย โดยระบุว่าสถานการณ์ทั้งหมด "เป็นเกม" และตนต้องเผชิญกับ แรงกดดันมาตลอดช่วงเวลาประมาณ 4 ปี เป็นนัยให้คิดได้ว่าถูกกลั่นแกล้ง
พ้อ ยุบ กสทช.-เป็นเพียง กสทช.ชั้น 2
กสทช.ศุภัช
ด้าน 3 กสทช.พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ นางสาวพิรงรอง รามสูต นายศุภัช ศุภชลาศัย โดยกสทช.พิรงรอง เปิดเผยว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เกม แต่หากมีการนำเสนอให้รัฐบาลออก พ.ร.ก.ยุบกสทช. ตนเองเห็นว่าไม่เป็นธรรม เพราะเป็นความผิดของคนๆเดียว ขณะที่พวกตนเอง เป็นเหมือน กสทช.ชั้น 2 เป็นเหมือนหมาตัวหนึ่ง พร้อมโต้ข่าวลือ ไม่เคยไปพบเนวิน ชิดชอบ เพื่อให้เรื่องปลดประธานเดินหน้าเร็วขึ้น
กสทช.พิรงรอง
พล.อ.ท. ธนพันธุ์
ขณะที่ กสทช.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ลาประชุม ,พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร และ ต่อพงศ์ เสลานนท์ เข้าประชุมออนไลน์ โดยยังคงไม่มีความเห็นใดๆ ต่อเรื่องนี้ ปล่อยให้เป็นศึกของ 1 กสทช. คือประธานกสทช.นพ.สรณ และ 3 กสทช. พล.อ.ท. ธนพันธุ์,กสทช.พิรงรอง และ กสทช. ศุภัช แสดงเจตนารมย์เดิม
“ไตรรัตน์” ปัด เร่งประชุมไม่เกี่ยวเซ็นงบ ยูโซ่
ต่อประเด็นที่ว่า เหตุใดกสทช.จึงต้องเร่งประชุม เป็นเพราะประธานกสทช.ต้องเร่งอนุมัติโครงการยูโซ่ หรือไม่นั้น นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการกสทช. กล่าวว่า ประธาน กสทช. ไม่ได้เป็นผู้อนุมัติโครงการต่างๆ เพียงคนเดียว ทุกอย่างต้องผ่านที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. เพื่ออนุมัติหลักการก่อน
หน้าที่ของสำนักงานและประธานนั้น เมื่อบอร์ดอนุมัติหลักการแล้ว สำนักงานจะเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ การลงนามในสัญญาของประธานเป็นเพียงการ "เห็นชอบ" หรือ "รับทราบ" ว่ากระบวนการเสร็จสิ้น และได้ตัวผู้รับจ้างแล้ว เพื่อออกใบสัญญาจ้างเท่านั้น ไม่ใช่การใช้อำนาจอนุมัติโดยลำพัง







