
เจาะมาตรการยกระดับคุมวงเงินโอนบัญชีเยาวชน สกัดบัญชีม้าวัยใสยุคดิจิทัล
ธปท. ผนึก สมาคมธนาคาร และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการคุมเข้ม “บัญชีม้าวัยใส” ดีเดย์ ก.ย.นี้ ปรับลดวงเงินโอนเยาวชนตามช่วงอายุ สกัดมิจฉาชีพหลอกใช้เด็กทำผิดกฎหมาย
KEY
POINTS
- ธปท. ยกระดับมาตรการคุมบัญชีเยาวชน หลังพบว่ามิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีของเยาวชนเป็น "บัญชีม้า" มากขึ้น
- กำหนดเพดานวงเงินโอนและชำระเงินต่อวันใหม่ตามช่วงอายุ คือ อายุ 10-12 ปี ไม่เกิน 3,000 บาท อายุ 12-15 ปี ไม่เกิน 5,000 บาท และอายุ 15-18 ปี ไม่เกิน 10,000 บาท
- มาตรการมีความยืดหยุ่น หากเยาวชนมีความจำเป็นต้องใช้วงเงินสูงกว่าที่กำหนด สามารถยื่นเรื่องขอปรับเพิ่มวงเงินโดยมีผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมได้
ในขณะที่โลกการเงินก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มตัว ภัยทุจริตทางการเงินก็มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าภาพรวมของความเสียหายจากภัยทุจริตทางการเงินในประเทศไทยจะมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่กลุ่มมิจฉาชีพได้เริ่มหันเป้าหมายใหม่ไปที่กลุ่มที่เปราะบางที่สุดนั่นคือ “เยาวชน”
มิจฉาชีพเปลี่ยนเป้าหมาย
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ข้อมูลว่า จากความร่วมมือของ ธปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้มูลค่าความเสียหายจากภัยโอนเงินหลอกลวงลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากจุดสูงสุดที่ 8,590 ล้านบาท ลงมาเหลือเพียง 1,810 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569 และไม่พบเคส “แอปดูดเงิน” ตั้งแต่ต้นปี 2567 เป็นต้นมา
ความสำเร็จนี้มาจากการใช้มาตรการที่เข้มงวด เช่น การจัดการบัญชีม้าทั้งในระดับบุคคลและนิติบุคคล รวมถึงการบังคับใช้เกณฑ์การรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility) ของสถาบันการเงิน
อย่างไรก็ตาม เมื่อบัญชีของผู้ใหญ่เริ่มถูกกำกับดูแลได้ยากขึ้น มิจฉาชีพจึงหันไปใช้ “บัญชีของเยาวชน” ทั้งในรูปแบบ Mobile Banking, Internet Banking และบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) แทน
โดยเยาวชนมักถูกจูงใจด้วยค่าตอบแทนหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนยอมเปิดบัญชีม้าซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และส่งผลกระทบต่อประวัติทางการเงินในอนาคตของเด็ก
ปรับเกณฑ์ใหม่ตามช่วงอายุ
เดิมทีมีมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า ที่เรียกว่า Customer Profiling เพื่อกำหนดวงเงินสำหรับกลุ่มเปราะบางอยู่แล้ว แต่พบว่าเกณฑ์เดิมที่ 50,000 บาทต่อวัน และสำหรับเด็ก อายุ 12-14 ปี ไม่เกิน 30,000 บาทต่อวัน และอายุ 15-17 ปี ไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน อาจสูงเกินไปและไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายจริง
ธปท. ร่วมกับ สมาคมธนาคารไทย และผู้ให้บริการ e-Money จึงได้ยกระดับมาตรการ โดยกำหนดเพดานวงเงินการโอนเงินและชำระเงินต่อวันใหม่ ตามช่วงอายุของเยาวชน เพื่อสกัดมิจฉาชีพให้ได้มากที่สุดโดยให้กระทบลูกค้าน้อยที่สุด ดังนี้
- อายุ 10 - 12 ปี ไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน เฉพาะบัญชี e-Money เนื่องจากยังเปิดบัญชีธนาคารไม่ได้
- อายุ 12 - 15 ปี ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน ทั้งบัญชีเงินฝากธนาคารและ e-Money
- อายุ 15 - 18 ปี ไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน ทั้งบัญชีเงินฝากธนาคารและ e-Money
วงเงินไม่รวมธุรกรรมเสี่ยงต่ำ เช่น โอนไปบัญชีตนเองในธนาคารเดียวกัน ชำระสินเชื่อของตนเอง และชำระค่าสาธารณูปโภค จะไม่นับรวมในวงเงินนี้
การบังคับใช้มีความยืดหยุ่น
มาตรการนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดสิทธิ แต่เพื่อคุ้มครองความปลอดภัย หากเยาวชนที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเกินกว่าวงเงินที่กำหนด (กลุ่มลูกค้าสุจริต) สามารถยื่นเรื่องขอปรับเพิ่มวงเงินได้ โดยสถาบันการเงินจะอำนวยความสะดวกให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและเหมาะสม ทั้งนี้ ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยดูแลการใช้จ่ายและการขอปรับเปลี่ยนวงเงินเหล่านี้
ไทม์ไลน์การดำเนินงาน
มาตรการใหม่นี้จะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันหรือ SMS ให้ทราบก่อนเริ่มใช้งาน โดยมีกำหนดการดังนี้
- บัญชีเงินฝากธนาคาร เริ่มดำเนินการได้ทันที และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569
- บัญชี e-Money เริ่มดำเนินการได้ทันที และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลบัญชีเยาวชนให้เป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนตกเป็นเครื่องมือของการอาชญากรรมไซเบอร์โดยไม่ตั้งใจ







