posttoday
ทำไม? ไทยติดเกณฑ์ 1 ข้อ แต่ยังอยู่ใน “บัญชีจับตาค่าเงิน” ลุ้นหลุดโผรายงานฉบับหน้า

ทำไม? ไทยติดเกณฑ์ 1 ข้อ แต่ยังอยู่ใน “บัญชีจับตาค่าเงิน” ลุ้นหลุดโผรายงานฉบับหน้า

31 กรกฎาคม 2569

เปิดเหตุผล ไทยยังติด “Monitoring List” สหรัฐฯ แม้ดุลบัญชีเดินสะพัดลดเหลือ 2.8% ต่ำเกณฑ์ เหลือเข้าเกณฑ์เกินดุลการค้าสินค้าและบริการกับสหรัฐฯ เพียงข้อเดียว แต่ต้องรักษาผลงานให้ได้ 2 รอบต่อเนื่อง ลุ้นพ้นบัญชีรายงานฉบับหน้า

KEY

POINTS

  • ไทยเข้าเกณฑ์การประเมินของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพียง 1 ข้อ คือการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ หลังจากดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
  • สาเหตุที่ไทยยังคงอยู่ใน "บัญชีจับตา" (Monitoring List) เนื่องจากกฎของสหรัฐฯ กำหนดให้ประเทศที่ถูกจัดเข้าบัญชีต้องอยู่ในรายชื่ออย่างน้อย 2 รอบการประเมินติดต่อกัน
  • ไทยมีโอกาสสูงที่จะถูกถอดออกจากบัญชีจับตาในการประเมินรอบถัดไป หากยังคงเข้าเกณฑ์การประเมินเพียงข้อเดียว

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Treasury) ได้เผยแพร่รายงานการประเมินนโยบายการค้าและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าสำคัญเป็นประจำทุกครึ่งปี เพื่อตรวจสอบว่ามีประเทศใดดำเนินนโยบายที่สร้างความได้เปรียบทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่ โดยการประเมินจะพิจารณาจากข้อมูลย้อนหลัง 4 ไตรมาส หรือข้อมูลย้อนหลัง 12 เดือน 

 

เกณฑ์การพิจารณา 3 เกณฑ์ ของ U.S Treasury

 

ในการประเมินแต่ละครั้ง กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะใช้เกณฑ์หลัก 3 ประการ ในการพิจารณา ได้แก่ 

 

1.การเกินดุลการค้าสินค้าและบริการกับสหรัฐฯ มีมูลค่าสูงกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

2.การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด มีมูลค่าสูงกว่า 3% ของ GDP

 

3.การแทรกแซงค่าเงินอย่างต่อเนื่อง มีการซื้อเงินตราต่างประเทศสุทธิมากกว่า 2% ของ GDP และซื้อสุทธิมากกว่า 8 ใน 12 เดือน 

 

หากประเทศใดเข้าข่ายตั้งแต่ 2 ใน 3 เกณฑ์ข้างต้น จะถูกจัดให้อยู่ใน “บัญชีประเทศที่ต้องติดตาทอย่างใกล้ชิด” (Monitoring List)

 

สถานะของไทยในรายงานฉบับล่าสุด

 

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อธิบายว่า จากรายงานฉบับล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2569 ซึ่งใช้ข้อมูล ม.ค.-ธ.ค.2568 พบว่า ประเทศไทยยังคงมีชื่ออยู่ใน Monitoring List แม้ว่าในความเป็นจริงไทยจะเข้าเกณฑ์เพียงข้อเดียวแล้วก็ตาม 

 

ย้อนกลับไปในการประเมินรอบก่อนหน้า (ม.ค.2569 ใช้ข้อมูล ก.ค.2567-มิ.ย.2568) ไทยติดเกณฑ์ 2 ข้อ คือ การเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 3.8% ของ GDP

 

แต่ในรายงานฉบับล่าสุดนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยลดลงเหลือ 2.8% ของ GDP ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 3% ที่ U.S. Treasury กำหนด ในขณะที่ยังติดเกณฑ์ด้านการเกินดุลการค้าสินค้าและบริการกับสหรัฐฯ โดยไทยเกินดุลกับสหรัฐฯ ถึง 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของหลายอุตสาหกรรมที่ส่งออกสินค้าไปยังตลาดสหรัฐฯ

 

สาเหตุที่ไทยยังไม่ถูกถอดชื่อออก เพราะกฎเกณฑ์ของ U.S. Treasury กำหนดว่า ประเทศถูกจัดอยู่ใน Monitoring List จะต้องอยู่ใน List นี้ อย่างน้อย 2 รอบการประเมินติดต่อกัน เพื่อให้สามารถติดตามการดำเนินนโยบายได้อย่างใกล้ชิด และจะพิจารณาถอดออกจาก Monitoring List ต่อไป หากไม่กลับมาติดเกณฑ์ใดเพิ่มอีก 

 

รายงานของ U.S Treasury มีการกล่าวถึงมาตรการด้านเงินทุนเคลื่อนย้ายและการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินของไทยด้วย เช่น การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การนำรายได้กลับประเทศ และการกำกับดูแลธุรกรรมทองคำ ซึ่งทางสหรัฐฯ มองว่าเป็นความพยายามในการดูแลเสถียรภาพทางการเงินและจัดการความผันผวนของค่าเงินบาทไม่ให้สูงเกินไป สหรัฐฯ เชื่อว่ามาตรการเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันทางการค้าแต่อย่างใด

 

แนวโน้มและโอกาสในรายงานฉบับถัดไป

 

สำหรับการประเมินในรอบถัดไป ที่จะประเมินจากข้อมูล ก.ค.2568-มิ.ย.2569 ซึ่งคาดว่าจะออกมาในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า เบื้องต้นหากเศรษฐกิจไทยยังคงมีเพียงการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ที่เกินเกณฑ์เพียงข้อเดียว และดุลบัญชีเดินสะพัดไม่กลับไปสูงกว่า 3% ประเทศไทยมีโอกาสสูงที่จะได้รับการพิจารณาถอดออกจาก Monitoring List ในรายงานฉบับถัดไป ซึ่ง ธปท. จะติดตามการประเมินของ U.S. Treasury อย่างใกล้ชิดต่อไป 

ข่าวล่าสุด

Gemini spark บริการ AI Agent จาก Google เปิดใช้งานในไทยแล้ว

Gemini spark บริการ AI Agent จาก Google เปิดใช้งานในไทยแล้ว