
ส่องไทม์ไลน์หั่นค่าธรรมเนียมแบงก์ 19 รายการ กระทบกำไร 1.5-2%
เปิดไทม์ไลน์ ธปท.สั่งรื้อค่าธรรมเนียม 19 รายการ ครอบคลุมเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ การชำระเงิน และสินเชื่อ SMEs สะท้อนต้นทุนและเป็นมาตรฐาน เริ่มใช้ 8 รายการ 1 ก.ค.69 ลดภาระประชาชน และ SMEs กระทบกำไรแบงก์ 1.5-2%
KEY
POINTS
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดและกำหนดมาตรฐานค่าธรรมเนียมแบงก์ 19 รายการ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่เป็นจริงและเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ กระทบกำไรแบงก์ 1.5-2%
- การปรับลดค่าธรรมเนียมจะเริ่มมีผลบังคับใช้ระยะแรก 8 รายการ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป เช่น ค่าขอรายการเดินบัญชี และค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต
- รายการค่าธรรมเนียมที่เหลือจะทยอยมีผลบังคับใช้ในระยะต่อไป คือวันที่ 1 ก.ย. และ 1 ต.ค. 2569 ซึ่งจะครอบคลุมค่าธรรมเนียมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ การชำระเงิน และสินเชื่อ SMEs
ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบการเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางรายการที่ยังไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เช่น บางรายการมีต้นทุนลดลงหรือไม่มีต้นทุนแล้วจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังเก็บค่าบริการอยู่ นอกจากนี้ ยังพบว่าค่าบริการบางรายการที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งเรียกเก็บยังแตกต่างกันมาก หรือค่าบริการบางรายการยังมีหลักการคิดที่สะท้อนต้นทุนได้ไม่ชัดเจน
ดังนั้น จึงเห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งปรับลดหลายรายการลงให้สะท้อนต้นทุนมากขึ้น
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า ธปท. ได้ออกหลักเกณฑ์กำหนดค่าบริการและการให้บริการให้เป็นมาตรฐาน และปรับลดค่าธรรมเนียมหลายรายการลง เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้บริการทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้ด้วยอัตราค่าบริการที่เหมาะสม เป็นธรรม และไม่เป็นภาระเกินสมควร
โดยครอบคลุมรายการค่าธรรมเนียม 4 ประเภท รวม 19 รายการ ซึ่งจะทำให้การเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินพื้นฐานของสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตเป็นมาตรฐานเดียวกัน ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการยิ่งขึ้น
“การจัดทำมาตรฐานค่าธรรมเนียมใน 4 ประเภทดังกล่าว คาดว่าจะมีผลกระทบต่อกำไรของธนาคารพาณิชย์ไม่เกิน 1.5-2% จากปัจจุบันที่ภาพรวมระบบธนาคารพาณิชย์ มีกำไรเฉลี่ยต่อปีประมาณ 280,000 ล้านบาท” นายวิทัย กล่าว
สรุปรายการค่าธรรมเนียมที่ปรับ ดังนี้
1. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก (Deposit-related) ได้แก่ ค่าขอรายการเดินบัญชีเงินฝาก (statement) ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน และค่ารักษาบัญชีเงินฝากกรณีบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวและมียอดเงินฝากคงเหลือน้อยกว่าที่กำหนด (dormant account)
2. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Card-related) ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐานและบัตรเดบิตพื้นฐาน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต
3. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน (Payment transaction-related) ได้แก่ ค่าบริการข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน เช่น การฝาก ถอน โอนเงินที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และที่สาขา การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต การฝากเช็ค และการรับชำระหนี้ค่าสินค้าและบริการ ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment แบบภายในวัน ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (commission in lieu of exchange) และค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
4. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้แก่ ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (front-end fee) ค่าบริการขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา ค่าบริการต่ออายุวงเงินสินเชื่อในรูปแบบวงเงินหมุนเวียน ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบกำหนด (prepayment fee) กรณีสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา และค่าบริการกรณียกเลิกวงเงิน (cancellation fee)
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะต้องไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายรายการอื่น ค่าบริการรายการใหม่ หรือปรับอัตราดอกเบี้ย เพื่อทดแทนค่าบริการที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บได้ลดลงอันเนื่องมาจากหลักเกณฑ์ตามประกาศฉบับนี้ โดยไม่รวมถึงกรณีที่ผู้ให้บริการมีเหตุจำเป็น เช่น ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การสิ้นสุดระยะเวลาส่งเสริมการขาย หรือความเสี่ยงของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป
ในกรณีที่ผู้ให้บริการไม่สามารถดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ให้บริการต้องคืนเงินส่วนต่างที่เรียกเก็บเกินกว่าที่หลักเกณฑ์กำหนดให้แก่ลูกค้านับตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์มีผลใช้บังคับ รวมถึงต้องจัดทำแผนและกรอบระยะเวลาดำเนินการเพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
หลักเกณฑ์นี้เป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 23/2569 เรื่อง การกำหนดมาตรฐานค่าบริการและการให้บริการ โดยการปรับต่าง ๆ จะทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปจนถึงช่วงเดือนตุลาคม 2569 เพื่อให้ผู้ให้บริการมีระยะเวลาในการปรับระบบงาน
เจาะมาตรฐานค่าธรรมเนียมใหม่ 4 ประเภท 19 รายการ
บัญชีเงินฝาก
1. ค่าขอ statement ย้อนหลัง < 12 เดือน (บุคคลธรรมดา/ SMEs)
- แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-statement): ฟรี
- แบบกระดาษ: ไม่เกิน 100 บาท / บัญชี / ครั้ง
2. ค่ารับรองฐานะทางการเงิน (บุคคลธรรมดา/ SMEs)
- ไม่เกิน 100 บาท / ชุด / ครั้ง
3. ค่ารักษาบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหว (บุคคลธรรมดา)
- 20 บาท / เดือน สำหรับบัญชีเงินฝากทุกประเภท
- สถาบันการเงินต้องไม่กำหนดให้บัญชีที่มียอดเงินมากกว่า 2,000 บาท และไม่เคลื่อนไหวน้อยกว่า 1 ปี เป็นบัญชีไม่เคลื่อนไหว
บัตรอิเล็กทรอนิกส์
4. ค่าแรกเข้าและรายปีบัตร ATM พื้นฐาน (เฉพาะบุคคลธรรมดา)
- คิดค่าบริการรวมทั้งหมด (all-in) ไม่เกิน 150 บาท / ปี
5. ค่าแรกเข้าและรายปีบัตร Debit พื้นฐาน (เฉพาะบุคคลธรรมดา)
- คิดค่าบริการรวมทั้งหมด (all-in) ไม่เกิน 200 บาท / ปี
6. ค่าบริการเบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิต
- ไม่เกิน 2.5% ของจำนวนเงินสดที่เบิกถอน
ธุรกรรมการชำระเงิน
ค่าข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน
7. การฝาก / ถอน / โอน ที่ ATM CDM CRM
- ฟรี
8. การฝาก / ถอน / โอน ที่สาขา
- โอน: ฟรี
- ฝากถอน: ไม่เกิน 0.05%
9. การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต
- ฟรี
10. การฝากเช็ค
- ฟรี
11. การรับชาระค่าสินค้าและบริการ
- ฟรี
12. ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment ภายในวัน (same day)
- ไม่เกิน 20 บาท / รายการ
13. ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต (เฉพาะบุคคลธรรมดา/ SMEs)
- ไม่เกิน 100 บาท / รายการ (สาหรับการโอนเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)
14. ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน commission in lieu of exchange*
14.1 ลดค่าบริการ
- ไม่เกิน 0.125% ของจำนวนเงิน
14.2 กำหนด min-max
- บุคคลธรรมดาและ SMEs ให้เรียกเก็บขั้นต่า ไม่เกิน 300 บาท และสูงสุด ไม่เกิน 2,000 บาท
- ห้ามเรียกเก็บ กรณีโอนเงินระหว่างบัญชีในสถาบันการเงินเดียวกัน
* ไม่รวมกรณีการทาธุรกรรมโดยใช้ธนบัตรสกุลต่างประเทศ
สินเชื่อ SMEs (เฉพาะลูกค้า SMEs)
15. ค่าบริการการใช้สินเชื่อ (front-end fee)
- ไม่เกิน 2.5% ของวงเงิน (กรณีวงเงินไม่กิน 15 ล้านบาท ห้ามเรียกเกิน 250,000 บาท)
16. ค่าบริการขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา (term loan)
- ฟรี (ยกเว้น ลูกค้าได้รับวงเงินเพิ่ม ให้เก็บได้ตามข้อ 15 เฉพาะวงเงินที่เพิ่มขึ้น)
17. ค่าบริการต่ออายุวงเงินสินเชื่อในรูปแบบวงเงินหมุนเวียน (revolving loan)
- ฟรี (ยกเว้น ลูกค้าได้รับวงเงินเพิ่ม ให้เก็บได้ตามข้อ 15 เฉพาะวงเงินที่เพิ่มขึ้น)
18. ค่าชำระสินเชื่อก่อนครบกำหนด (prepayment fee) กรณีสินเชื่อที่มีกำหนดระยะเวลา (term loan)
- ไม่เกิน 3% ของยอดเงินต้นคงค้าง
เฉพาะกรณี
- จ่ายชำระเงินต้น ไม่เกิน 50% ของยอดที่เบิกใช้จริง หรือ/และ
- ชำระหนี้มาแล้ว ไม่เกิน 50% ของระยะเวลาการชำระหนี้ (นับจากวันที่มีการเบิกใช้เงิน)
19. ค่าบริการกรณียกเลิกวงเงิน
- ฟรี
เฉพาะกรณี
- เรียกเก็บค่าบริการเพื่อชดเชยต้นทุนการสารองวงเงิน/ค่าบริการผูกพันวงเงินสินเชื่อ (commitment fee) ไปแล้ว หรือ
- ลูกหนี้ได้เบิกใช้วงเงินแล้วไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งจำนวน
เปิดไทม์ไลน์หั่นค่าธรรมเนียมใหม่
สำหรับการดำเนินการปรับลดค่าธรรมเนีบมใหม่ แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้
เริ่ม 1 ก.ค.2569
บัญชีเงินฝาก
- ค่าขอ statement
- ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน
- ค่ารักษาบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหว
บัตรอิเล็กทรอนิกส์
- ค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสด ด้วยบัตรเครดิต
ธุรกรรมการชำระเงิน
ค่าข้ามเขต / คู่สาย เช่น
- ฝาก/ถอน/โอน ที่สาขา
- โอนเงินผ่านระบบบาทเนต
- ฝากเช็ค
- ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน commission in lieu of exchange (เฉพาะลดค่าบริการ)
เริ่ม 1 ก.ย.2569
บัตรอิเล็กทรอนิกส์
- ค่าแรกเข้าและรายปีบัตร ATM พื้นฐาน
- ค่าแรกเข้าและรายปีบัตร Debit พื้นฐาน
ธุรกรรมการชำระเงิน
ค่าข้ามเขต / คู่สาย เช่น
- ฝาก/ถอน/โอน ที่ ATM CDM CRM
- รับชำระค่าสินค้าและบริการ
- โอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment ภายในวัน
สินเชื่อ SMEs
- ค่า front end fee
- ค่าบริการขยายระยะเวลาการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อ term loan
- ค่าบริการต่ออายุวงเงินสินเชื่อ revolving loan
- ค่า prepayment fee
- ค่า cancellation fee
เริ่ม 1 ต.ค.2569
- บริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต
- ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน commission in lieu of exchange (เฉพาะกำหนด min-max)







