
คลังปักหมุดยืนยันตัวตนบัตรสวัสดิการฯ 4-21 มิ.ย. ประกาศผู้ผ่านเกณฑ์ 17 ก.ค.
คลังเผย ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านราย ต้องยืนยันตัวตนตั้งแต่ 4 -21 มิ.ย. ก่อนคัดกรองตามเกณฑ์ใหม่ ประกาศผล 17 ก.ค. เปิดอุทธรณ์ถึงสิ้นเดือน หวังคัดคนจนจริงรับสวัสดิการรัฐ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์ใหม่ในการคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือของภาครัฐเข้าถึงผู้มีรายได้น้อยที่เดือดร้อนจริง และตรงตามกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยจะนำมาใช้ทบทวนสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมจำนวน 13.18 ล้านราย
ทั้งนี้ การทบทวนสิทธิครั้งใหญ่มีเป้าหมายสำคัญในการปรับปรุงฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยให้เป็นปัจจุบัน หลังการลงทะเบียนครั้งล่าสุดดำเนินการเมื่อปี 2565 หรือกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ข้อมูลบางส่วนอาจไม่สะท้อนสถานะทางเศรษฐกิจที่แท้จริงในปัจจุบัน ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรอง เพื่อลดปัญหาข้อครหาว่ามีผู้ที่ไม่ได้ยากจนจริงได้รับสวัสดิการจากรัฐ
เปิดไทม์ไลน์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
กระทรวงการคลังกำหนดกรอบเวลาการดำเนินงาน ดังนี้
- 4-21 มิถุนายน 2569 เปิดให้ผู้ถือบัตรเดิมยืนยันตัวตน
- 17 กรกฎาคม 2569 ประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์
- 17-31 กรกฎาคม 2569 เปิดให้อุทธรณ์ผลการพิจารณาถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 (ยื่นเอกสารเพิ่มเติมประกอบการอุทธรณ์)
- ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 สรุปผลทั้งหมดให้แล้วเสร็จ
สำหรับผู้ถือบัตรเดิมสามารถยืนยันตัวตนได้ 5 ช่องทาง ได้แก่
1.แอปพลิเคชันเป๋าตัง
2.แอปพลิเคชันทางรัฐ
3.เว็บไซต์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
4.ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย
5.สาขาธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาค
นายลวรณ กล่าวว่า การปรับเกณฑ์คัดกรองจากระดับครอบครัวมาเป็นรายบุคคล จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเข้าถึงผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมา การนำข้อมูลทั้งครอบครัวมารวมกันอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน บางครอบครัวมีทั้งผู้มีฐานะดีและผู้มีรายได้น้อย แต่กลับได้รับสิทธิพร้อมกัน ส่งผลให้เกิดข้อครหาว่าผู้ที่ไม่ได้ยากจนจริงได้รับสวัสดิการจากรัฐ
นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเกณฑ์คัดกรองใหม่หลายด้าน ทั้งการตรวจสอบการถือครองบัตรเครดิต การพิจารณาหนี้สิน การถือครองยานพาหนะ รวมถึงการเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ เพื่อคัดกรองผู้มีสิทธิได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
ส่วนประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลเดิม 13.18 ล้านราย ยังไม่ต้องดำเนินการใดในขณะนี้ โดยกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จะร่วมสำรวจและรวบรวมรายชื่อผู้มีรายได้น้อยที่อาจตกหล่นจากระบบ ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามหลักเกณฑ์เดียวกัน
สรุป 8 เกณฑ์คัดกรองใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
1.คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน
1) มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
2) ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
- ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษา
- ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
- ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
- ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
- ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้
- ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
- ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
3) มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
4) ไม่มีบัตรเครดิต
5) ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท
6) ไม่มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี
7) ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้
-ห้องชุดรวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร
-บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
-กรณีเป็นเกษตรกร ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่
-กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่
8) ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
“รอบนี้ใช้เกณฑ์รายบุคคลและผู้สมัครต้องผ่านทุกเงื่อนไข หากไม่ผ่านเพียงข้อเดียวจะถูกปัดตกทันที จึงเชื่อว่าจำนวนผู้ได้รับสิทธิจะลดลงจากฐานเดิม 13.18 ล้านรายอย่างแน่นอน แต่จะเหลือเท่าใดต้องรอผลการคัดกรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่กระทรวงมหาดไทยจะสำรวจเพิ่มเติมหรือเก็บตกเข้ามานั้น ยังไม่สามารถระบุจำนวนได้ และต้องผ่านการตรวจสอบตามเกณฑ์เดียวกันทั้งหมด”
นายลวรณ กล่าวว่า ฐานข้อมูลรายบุคคลที่ได้จากการคัดกรองครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานโยบาย Negative Income Tax (NIT) หรือมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ในอนาคต โดยกระทรวงการคลังตั้งเป้าผลักดันให้เกิดขึ้นในระยะต่อไป พร้อมนำระบบดิจิทัลมาใช้ตรวจสอบสิทธิอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้สามารถทบทวนคุณสมบัติผู้ได้รับสวัสดิการได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นตามความเหมาะสม
“ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองและเห็นว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง สามารถยื่นอุทธรณ์พร้อมนำเอกสารหรือข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมายืนยันเพิ่มเติมได้ โดยกระทรวงการคลังจะประกาศผลการคัดกรองวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เปิดให้อุทธรณ์จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม และยื่นเอกสารเพิ่มเติมได้อีก 4 สัปดาห์ ก่อนสรุปผลทั้งหมดตามกรอบเวลาที่กำหนด”
นายลวรณ ระบุว่า หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยใช้ฐานข้อมูลดิจิทัลของภาครัฐเป็นหลัก เพื่อให้การช่วยเหลือมีความถูกต้อง เป็นธรรม และสามารถนำงบประมาณของรัฐไปช่วยเหลือผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง







