posttoday
"อัทธ์" เตือนงบ 1,600 ล้าน TH-AI Passport เสี่ยงไม่ช่วยยกระดับการแข่งขันประเทศ

"อัทธ์" เตือนงบ 1,600 ล้าน TH-AI Passport เสี่ยงไม่ช่วยยกระดับการแข่งขันประเทศ

02 มิถุนายน 2569

ดีอี เตรียมทุ่มพันล้านแจกสิทธิ์ AI ระดับโปรให้ประชาชน 'อัทธ์' เตือนระวังเป็นนโยบายประชานิยม ชี้ไทยความพร้อมอยู่อันดับ 5 ของอาเซียน ตามหลังสิงคโปร์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมดำเนินโครงการ TH AI Passport วงเงิน 1,600 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด "Learn to Earn" โดยจะสนับสนุนงบประมาณให้ประชาชนจำนวน 5 ล้านคน ได้เข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับ Pro จากผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำของโลกฟรีเป็นเวลา 1 ปี เพื่อมุ่งส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างรายได้ โดยฝั่งรัฐบาลยืนยันว่านี่คือการลงทุนเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ ยกระดับทักษะแรงงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยุคดิจิทัล

 

นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยและแสดงความกังวลต่อโครงการดังกล่าวว่า ในทางปฏิบัติอาจถูกมองได้ว่าเป็น "นโยบายแจก AI" หรือ "ประชานิยม AI" ที่อาจไม่คุ้มค่าหากใช้เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้สร้างคนให้รู้เท่าทันและไม่สามารถยกระดับการแข่งขันของประเทศได้

จากผลการประเมินความพร้อมและการประยุกต์ใช้ AI ในอาเซียน พบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมด้าน AI อยู่ในอันดับ 5 ของภูมิภาค (6.53 คะแนน) ตามหลังสิงคโปร์ (อันดับ 1) มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยไทยถูกจัดกลุ่มอยู่ในระดับ "AI Usage" หรือใช้ AI เป็น เท่านั้น ขณะที่มาเลเซียและเวียดนามอยู่ในระดับ "AI Skills" ที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพงานได้ ส่วนสิงคโปร์อยู่ในระดับสูงสุดคือ "AI Literacy" ซึ่งเน้นการรู้เท่าทันและเข้าใจผลกระทบอย่างรอบด้าน ผ่านโครงการระดับชาติอย่าง SkillsFuture ที่มุ่งพัฒนาคนเพื่อให้ใช้ AI แล้วมีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น ต่างจากโครงการ TH AI Passport ของไทยที่ยังเน้นเพียงแค่ทำให้คนเข้าถึงและเริ่มใช้ AI มากขึ้น

 

ทั้งนี้ นายอัทธ์ ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อโครงการ TH AI Passport ว่า รัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับจากการแค่ใช้ AI ไปสู่การรู้เท่าทัน (AI Literacy) โดยสถาบันการศึกษาต้องพัฒนาคนให้สามารถวิเคราะห์ ประเมิน และตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์จาก AI ได้อย่างมีวิจารณญาณ นอกจากนี้ การให้สิทธิ์ใช้งานไม่ควรแจกฟรีโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ต้องเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เชื่อมโยงกับการอบรม และต้องมีดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ว่าหลังจากครบ 1 ปีแล้ว ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือเกิดการพัฒนาอย่างไร

"งบประมาณ 1,600 ล้านบาท อาจไม่คุ้มค่าหากใช้เพื่อสนับสนุนการเข้าถึง AI เพียงอย่างเดียว ควรนำงบดังกล่าวไปพัฒนา AI ของประเทศที่สามารถช่วยผู้ประกอบการไทยเพิ่มยอดขาย ขยายตลาด และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่า" นายอัทธ์ กล่าวสรุป

ข่าวล่าสุด

สธ.จับตาผลกระทบ “ตะวันออกกลาง” หวั่นราคา “ยา-เวชภัณฑ์” สูงขึ้น!

สธ.จับตาผลกระทบ “ตะวันออกกลาง” หวั่นราคา “ยา-เวชภัณฑ์” สูงขึ้น!