posttoday
ขีดความสามารถ SMEs บนเวที่อาเซียน

ขีดความสามารถ SMEs บนเวที่อาเซียน

16 กรกฎาคม 2554

อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีข้อได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ มีทรัพยากรทางธรรมชาติหลากหลาย

อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีข้อได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ มีทรัพยากรทางธรรมชาติหลากหลาย

โดย...ยุทธศักดิ์ สุภสร

อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีข้อได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ มีทรัพยากรทางธรรมชาติหลากหลาย มีตลาดขนาดใหญ่ แม้จะมีปัญหาเรื่องความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม และความแตกต่างทางเศรษฐกิจก็ตาม

ที่ผ่านมาการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียนเกิดจากปัจจัยหลัก คือ การส่งออก แต่หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศพัฒนาแล้วหลายๆ ครั้ง ทำให้ตลาดหลักในการส่งออกเกิดการหดตัว อาเซียนจำเป็นต้องหาแนวทางใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการกระตุ้นและสร้างความต้องการในประเทศและภูมิภาค

จากรายงานล่าสุด ASEAN COMPETTITIVENESS REPORT 2010ได้เสนอแนะให้อาเซียนมุ่งเน้นการสร้างเสริมจุดแข็งที่มีอยู่ เช่น การพัฒนาเครือข่าย Cluster ยกกระดับเครือข่ายที่มีอยู่ หรือค้นหาการพัฒนาเครือข่ายที่มีศักยภาพเพิ่มเติม การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในตลาดทุน โดยปรับปรุงและรวมการเข้าถึงตลาดทุนในอาเซียนเข้าไว้ด้วยกันได้ จะช่วยสนับสนุนการเคลื่อนย้ายเงินทุนในภูมิภาคได้ดี

การมีตลาดทุนที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของวิสาหกิจได้ดี และอาเซียนยังสามารถผลักดันการพัฒนาวิสาหกิจโดยส่งเสริมการเรียนรู้การบริหารจัดการ จากบริษัทต่างชาติ และอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจที่จะเข้าสู่ตลาดระดับภูมิภาค และระดับโลก

ขีดความสามารถ SMEs บนเวที่อาเซียน

สำหรับประเทศไทย ใน ASEAN COMPETITIVENESS REPORT 2010 ระบุว่า ไทยมีศักยภาพการแข่งขันในระดับจุลภาค (ปัจจัยแวดล้อมของธุรกิจและการดำเนินงานของธุรกิจ) ดีกว่าศักยภาพระดับมหภาค (การพัฒนาทางสังคม การเมือง และนโยบายการเงินการคลังมหภาค)

ศักยภาพการแข่งขันที่เข้มแข็งในระดับจุลภาคซึ่งเป็นส่วนที่การพัฒนาเอสเอ็มอีสามารถดำเนินการได้ ประกอบด้วย อุตสาหกรรมสนับสนุนหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนโยบายเกี่ยวกับ Cluster ระดับความร่วมมือใน Cluster จำนวนของ Suppliers ในประเทศ และการทำธุรกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ ตลอดจนการควบคุมการกระจายสินค้าในต่างประเทศ

ขณะที่ศักยภาพการแข่งขันในระดับจุลภาคประเทศไทยมีลำดับลดลง ได้แก่ ตลาดทุน สิ่งอำนวยความสะดวกทางโลจิสติกส์ และการคมนาคม

อีกทั้งไทยมีลำดับความสามารถในการแข่งขันต่ำลงอย่างชัดเจน คือ การใช้เทคโนโลยีในธุรกิจ การใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาของธุรกิจ และการมีความได้เปรียบในการแข่งขันเชิงเปรียบเทียบในภาพรวมของประเทศ

ดังนั้น ด้วยศักยภาพการแข่งขันดังกล่าวส่งผลทำให้ประเทศไทย ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระดับรายได้ของประเทศ โดยไทยยังคงถูกจัดเป็นประเทศ Lower Middle Class มาโดยตลอด

อย่างไรก็ดี ส่วนประเทศมาเลเซียได้เลื่อนลำดับจากความเป็นประเทศ Lower Middle Class มาเป็น Upper Middle Class ตั้งแต่ปี 1992 และประเทศเวียดนามก็ได้เลื่อนลำดับจากการเป็น Low Class มาเป็น Lower Middle Class เช่นเดียวกับประเทศไทยในปี 2009 ในขณะที่ระดับผลิตภาพแรงงานของประเทศไทยในปี 20082009 มีระดับผลิตภาพแรงงานต่ำมาก โดยมีอัตราการเติบโตของผลิตภาพแรงงานติดลบ และ GDP เฉลี่ยต่อการจ้างงานต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วมากการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี 2558 จะมีส่วนสำคัญต่อการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตระหว่างประเทศสมาชิกทั้งด้านการค้าสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงาน

รวมถึงความร่วมมือด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบต่อเอสเอ็มอี

สสว. ได้ศึกษาเปรียบเทียบนโยบายและมาตรการรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในกลุ่มประเทศอาเซียน พบว่า จุดแข็งของไทย คือมีทักษะในด้านงานศิลป์ มีจิตใจการให้บริการ หากสามารถนำภูมิปัญญาไทยมาประยุกต์ในสินค้าและบริการได้จะเสริมให้สินค้าไทยมีความโดดเด่นมากขึ้น แต่มีปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

กระนั้น การเปิดเสรีด้านการค้า การบริการ การลงทุน และการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรี จะทำให้สมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศต่างตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยคาดการณ์ว่าในขณะที่การรวมกลุ่มทำให้ตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับวิสาหกิจที่มีศักยภาพในอีกด้านหนึ่ง การแข่งขันย่อมทวีความรุนแรงมากขึ้น

การมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีค่าจ้างแรงงานต่ำ รวมถึงการสร้างปัจจัยที่เอื้ออำนวยให้เกิดการลงทุนนับเป็นสิ่งจูงใจนักลงทุน ซึ่งรัฐบาลในกลุ่มประเทศอาเซียนใหม่ (กัมพูชา ลาว พม่า และ เวียดนาม) หันมาให้ความสนใจและใช้เป็นเครื่องมือในการชักชวนให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ ปัจจัยสนับสนุนที่ประเทศเหล่านั้นมี ย่อมทำให้ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของไทยเริ่มลดลง ผลกระทบที่ตามมา คือ นักลงทุนรายเก่าอาจย้ายฐานการผลิตไปประเทศเหล่านั้น ส่วนกลุ่มนักลงทุนรายใหม่อาจให้ความสนใจและเลือกไปลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่แทน

ทั้งนี้ เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สสว. เสนอรัฐบาลใหม่เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้

(1) ปรับปรุงกระบวนการทำงานของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้การส่งเสริมและสนับสนุนเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ ผลักดันระบบเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ สร้างเว็บท่าในการให้คำปรึกษา จัดสรรงบประมาณแบบต่อเนื่อง สร้างเครือข่ายภาครัฐ เอกชน

(2) พัฒนาศักยภาพเอสเอ็มอีให้เข้มแข็ง เพื่อให้ขอสินเชื่อได้มากขึ้น และควรกำหนดมาตรการที่จูงใจ

มาตรการเหล่านี้จูงใจให้เกิดวิสาหกิจรายใหม่ๆ ขณะเดียวกันยังจูงใจให้วิสาหกิจรายเดิมสนใจที่จะเข้าระบบโดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมาย และยังควรพัฒนาและส่งเสริมภาพลักษณ์ตราสินค้าของไทยให้เป็นที่รู้จัก จะช่วยให้การลอกเลียนแบบสินค้าไทยลดลง

(3) ส่งเสริมให้เอสเอ็มอีขยายการค้าการลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่ เพื่อใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าไทย และการได้รับโควตาส่งสินค้าไปจำหน่ายยังนอกภูมิภาคอาเซียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสร้างความร่วมมือระดับทวิภาคี เพื่อให้การเจรจาและการสร้างสัมพันธภาพเป็นไปด้วยดี

การค้าชายแดนนับเป็นจุดเศรษฐกิจที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ควรให้ความสนใจ ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก

(4) ส่งเสริมเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อุปทานระดับโลก เพราะการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้ตลาดใหญ่จูงใจต่างชาติลงทุน โดยส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในไทยเพิ่มเติม จากที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ดำเนินการไว้แล้ว เช่น การกำหนดสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนที่สามารถสร้างความเชื่อมโยงให้เกิดในกลุ่มวิสาหกิจไทยได้ โครงการที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและจัดให้มีการพัฒนาทักษะในด้านภาษา และพัฒนาให้แรงงานไทยมีระเบียบวินัยในการทำงานมากขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน