
ปัจจัยบวกหนุนโรงหนังพุ่ง20%
เอสเอฟ ระบุอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในไทยโตสุดรอบ 10 ปี
เอสเอฟ ระบุอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในไทยโตสุดรอบ 10 ปี
หลังการเมืองนิ่ง–หนังใหญ่เพียบ เตรียมเปิดอีก 3 สาขา โกยยอดเพิ่ม 25%
นายสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้ ผู้บริหารโรงภาพยนตร์เครือเอสเอฟ เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศปีนี้ คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 20% หรือมีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท
การเติบโตดังกล่าว ถือว่าเป็นการเติบโตที่สูงสุดในรอบ 10 ปี โดยในปี 2553 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมภาพยนตร์มีมูลค่ารวมประมาณ 3,500 ล้านบาทและมีอัตราการเติบโต 10%
ทั้งนี้ เป็นผลจากการเข้าฉายของภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่จำนวนมาก และทำรายได้สูงมาก ยกตัวอย่างเรื่อง ทรานส์ฟอร์เมอร์ ภาค 3 ซึ่งขณะนี้ทำรายได้กว่า 250 ล้านบาท ถือว่าสูงกว่าทุกภาคที่เข้าฉาย และอาจทำรายได้ถึง 300 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังยังมีภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่เข้าฉาย อาทิ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคสุดท้าย ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 4 เป็นต้น ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ภาพรวมอุตสาหกรรมเติบโต ขณะเดียวกันยังเป็นผลมาจากสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่ไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเหมือนปีที่แล้ว
“ปัจจัยต่างๆ ล้วนมีผลกระทบต่อพฤติกรรมการเข้าชมภาพยนตร์ของลูกค้า ปีนี้อัตราการเติบโตจึงกลับมาสูงกว่าปีที่แล้วมาก อย่างสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะนี้ตัวเลขกลับมาดีกว่าช่วงก่อนจะปิดให้บริการด้วยซ้ำ” นายสุพัฒน์ กล่าว
สำหรับแผนธุรกิจของเอสเอฟในครึ่งปีหลัง เตรียมเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์เพิ่มอีก 3 สาขา รวมจำนวน 30 โรง ได้แก่ สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่กลับมาเปิดให้บริการในวันที่ 31 ส.ค.นี้ สาขาศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 เดือน ต.ค. และสาขาพระราม 9 เดือน พ.ย.
ปัจจุบันเอสเอฟ มีสาขาโรงภาพยนตร์รวม 22 แห่ง จำนวนกว่า 100 โรงทั่วประเทศ โดยปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 25%
นายสุพัฒน์ กล่าวว่า ผลประกอบการของเอสเอฟในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบว่า เติบโตกว่า 20% ทั้งนี้ ราคาตั๋วชมภาพยนตร์ของเอสเอฟยังไม่ได้ปรับราคาแต่อย่างใด โดยมีราคาให้เลือกตั้งแต่ 120 140 และ 160 บาท ส่วนราคาตั๋วหนังในระบบ 3 มิติ อยู่ที่ 240 บาท







