
การมีส่วนร่วมอย่างบูรณาการปัจจัยความสำเร็จ
จากนโยบายโดยชุมชน “ธนาคารต้นไม้ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร”
จากนโยบายโดยชุมชน “ธนาคารต้นไม้ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร”
โดย..สืบศักดิ์ สืบสานอ่อน
ที่ผมได้มีโอกาสถอดประเด็นมานำเสนอในสัปดาห์ก่อน ทำให้ย้ำชัดถึงความสำคัญของชุมชนในการเป็นหน่วยย่อยของสังคมที่มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาประเทศ
ซึ่งหากชุมชนทุกชุมชนได้รับการส่งเสริมความรู้และกระตุ้นทางความคิด ย่อมก่อให้เกิดพลังในการสร้างสรรค์และพัฒนา รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาของชุมชนได้อย่างตรงจุด ซึ่งเท่ากับว่าการพัฒนาประเทศจะสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องสะดุดดังเช่นปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญที่ตามมา คือ จะมีกระบวนการใดที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์และพัฒนาด้วยตัวชุมชนเอง
เพื่อตอบคำถามเหล่านี้ ผมจึงขอคำอธิบายจากคุณนฤพร เพ็ชสังฆาต นักวิชาการพัฒนาชุมชนของ อ.ชุมตาบง จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นเพื่อนรักสมัยเรียน ที่รู้กันถึงความตั้งใจในการทำงานเพื่อสังคม เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในการพัฒนาชุมชนซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน และมีประสบการณ์ทำงานในการพัฒนาชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
คำตอบที่มาไขปัญหานี้ คือ การสร้างกระบวนการพัฒนาชุมชนที่เรียกว่า “กระบวนการการมีส่วนร่วมอย่างบูรณาการ” โดยมี 4 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การประสานงานเพื่อสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง (Team Work) โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ (1) การประสานงานกับเครือข่ายภาคีที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างคณะทำงานในการขับเคลื่อนกิจกรรม (2) ประสานงานกับผู้นำชุมชน ผู้นำคุ้ม แกนนำกลุ่มองค์กรต่างๆ ในชุมชนเพื่อสร้างทีมผู้นำ (Leader) และเป็นทีมงานหลักในการสรรหาบุคคลที่มีศักยภาพ มีความพร้อม หรือมีความสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรม
ขั้นตอนที่ 2 ค้นหาศักยภาพของชุมชน โดยจัดเวทีประชาคมเพื่อให้ทีมผู้นำ (Leader) ในการขับเคลื่อนกิจกรรม คนในชุมชนร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนผ่านเครื่องมือ SWOT Analysis ซึ่งเป็นการมองศักยภาพของชุมชนในทุกมิติ ทั้งปัจจัยภายในชุมชนที่เป็นจุดอ่อนและจุดแข็ง รวมทั้งปัจจัยจากภายนอกที่เรียกว่าโอกาสและอุปสรรค เพื่อสะท้อนถึงศักยภาพของชุมชน
การประชาคมจะเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้คนในชุมชนจะต้องมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง
ขั้นตอนที่ 3 การพัฒนาศักยภาพชุมชนแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ (1) คณะทำงานเครือข่ายภาคีสมาชิกจะนำผลการวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชน รวมทั้งแผนพัฒนาหมู่บ้าน มาร่วมกันสังเคราะห์และวางแผนพัฒนาในส่วนที่หน่วยงานของตนเกี่ยวข้อง (2) นำแผนการพัฒนาของภาคีเครือข่ายการพัฒนาสู่เวทีประชาคม ให้ชุมชนและครัวเรือนเป้าหมายมีส่วนร่วม ทั้งร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ และร่วมติดตามประเมินผล โดยภาคีเครือข่ายการพัฒนามีบทบาทในการเป็นพี่เลี้ยงส่งเสริม สนับสนุน
และขั้นตอนสุดท้าย คือ ติดตามประเมินผลความพึงพอใจของประชาชน โดยใช้การประเมินความสุขมวลรวมของชุมชนเป็นเครื่องมือในการประเมินความพึงพอใจของชุมชน
สุดท้าย คุณนฤพร ทิ้งท้ายถึงปรัชญาของการทำงานไว้น่าประทับใจว่า หัวใจในการทำงานเพื่อชุมชน คือ จะต้องส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และหากดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ ก็เท่ากับว่าการพัฒนาได้ประสบความสำเร็จไปครึ่งทางแล้ว
ส่วนบทบาทหน้าที่ของนักพัฒนาที่ต้องยึดมั่นไว้ คือ การประสานงานให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด และทำงานให้ประชาชนด้วยใจรักและเป็นที่พึ่งได้
ได้ฟังแบบนี้แล้ว อยากให้ใช้เป็นแบบอย่างสำหรับนักพัฒนาชุมชนครับ ขอให้ทำงานด้วยใจรักและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ก็พอแล้วครับ







