posttoday
การยกเว้นภาษีแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ(ฉบับปรับปรุงใหม่)

การยกเว้นภาษีแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ(ฉบับปรับปรุงใหม่)

14 กรกฎาคม 2554

ท่านที่ติดตามอ่านสรรหามาเล่า คงจะจำกันได้ว่าเมื่อปลายปี 2553

ท่านที่ติดตามอ่านสรรหามาเล่า คงจะจำกันได้ว่าเมื่อปลายปี 2553

สรรหามาเล่าเคยนำเอาหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีคงเงินและรับเงินเป็นงวดมาเล่าให้ฟังรวม 3 ตอน โดยเป็นการเล่ารายละเอียดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกรณีตาย ทุพพลภาพ และเกษียณอายุ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 277 (พ.ศ. 2553) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 188)

ผ่านไปได้ครึ่งปี กรมสรรพากรมีการออกประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 202 ลงวันที่ 27 มิ.ย. 2554 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมแก้ไขประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 188 ในส่วนที่เป็นหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีกรณีลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณอายุ เรามาดูกันค่ะว่าประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับใหม่แก้ไขในเรื่องอะไร และเป็นประโยชน์แก่ใคร

แก้ไขเรื่องอะไร

ประกาศอธิบดีฯ ฉบับใหม่นี้ กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแทนข้อความที่กำหนดในประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 188 โดยกำหนดให้ชัดเจนใน 2 กรณี ทั้งกรณีสมาชิกเกษียณอายุปกติ และกรณีสมาชิกออกจากงานและคงเงินไว้จนครบกำหนดระยะเวลาเกษียณอายุ ดังนี้

กรณีที่ 1 ข้อ 3(3)(ก) “กรณีลูกจ้างออกจากงานเพราะเกษียณอายุ ต้องเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนที่มีอยู่ในเวลาที่ออกจากงาน โดยการเกษียณอายุตามข้อบังคับนั้น ลูกจ้างต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และกรณีเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาโดยตลอด ต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน ถ้าเป็นสมาชิกไม่ถึง 5 ปีต่อเนื่องกัน ต้องเป็นสมาชิกไปจนมีระยะเวลาการเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน”

กรณีที่ 2 ข้อ 4(3)(ก) “กรณีได้รับเงินหรือผลประโยชน์หลังจากลูกจ้างผู้นั้นครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องเป็นการรับเงินหรือผลประโยชน์ หลังจากลูกจ้างผู้นั้นครบกำหนดเวลาเกษียณอายุตามข้อบังคับกองทุนที่มีอยู่ในเวลาที่ลูกจ้างผู้นั้นออกจากงานโดยการเกษียณอายุตามข้อบังคับของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น ลูกจ้างต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และกรณีเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาโดยตลอด ต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน ถ้าเป็นสมาชิกไม่ถึง 5 ปีต่อเนื่องกัน ต้องเป็นสมาชิกไปจนมีระยะเวลาการเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน”

ข้อความที่กำหนดใหม่ดังกล่าวข้างต้น เป็นการปรับปรุงเงื่อนไขการยกเว้นภาษีในเรื่องของอายุสมาชิกกองทุน ทั้งกรณีสมาชิกที่เกษียณอายุปกติ หรือออกจากงานแล้วคงเงินไว้กับกองทุนจนครบกำหนดระยะเวลาเกษียณอายุ แต่ยังเป็นสมาชิกกองทุนไม่ถึง 5 ปีต่อเนื่องกัน หากขอคงเงินไว้กับกองทุนหลังเกษียณอายุ หรือขอรับเงินออกจากกองทุนเป็นงวด ก็ให้นับอายุสมาชิกในช่วงเวลาดังกล่าวต่อไปได้จนมีระยะเวลาการเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปีต่อเนื่องกัน แต่เงื่อนไขเรื่องอายุไม่น้อยกว่า 55 ปี ณ วันเกษียณอายุ หรือ ณ วันคงเงินไว้จนครบกำหนดระยะเวลาเกษียณอายุ ยังคงกำหนดเหมือนเดิมนะคะ

ใครได้ประโยชน์

ลูกจ้างที่อาจจะเพิ่งตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือผู้ที่ออกจากราชการโดยไม่มีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และมาเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนเมื่อตอนอายุค่อนข้างมาก เช่น ลูกจ้างสมัครเป็นสมาชิกกองทุนเมื่ออายุ 57 ปี หากข้อบังคับนายจ้างกำหนดให้เกษียณอายุ 60 ปี ลูกจ้างกลุ่มนี้ก็จะเป็นสมาชิกกองทุนเพียง 3 ปีเท่านั้น หากนำเงินออกจากกองทุนทันทีที่เกษียณอายุ ก็จะไม่เข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้นภาษีเงินที่ได้รับจากกองทุน แต่จากเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศอธิบดีฯ ฉบับใหม่นี้ หากลูกจ้างกลุ่มนี้ขอคงเงินไว้กับกองทุน หรือขอรับเงินออกจากกองทุนเป็นงวดต่อไปอีก 2 ปีหลังจากเกษียณอายุ ก็ถือว่าลูกจ้างกลุ่มนี้เป็นสมาชิกกองทุนเป็นระยะเวลา 5 ปีต่อเนื่องกัน เนื่องจากตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กำหนดให้สมาชิกที่ขอคงเงินไว้กับกองทุน และขอรับเงินเป็นงวดจากกองทุนยังคงความเป็นสมาชิกต่อไปค่ะ

ประกาศอธิบดีฯ ฉบับนี้ มีผลใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2553 เป็นต้นไป

จะเห็นว่าเงื่อนไขตามประกาศอธิบดีฯ ฉบับใหม่นี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกกองทุนเพิ่มขึ้น และน่าจะเป็นการจูงใจให้ลูกจ้างที่ถึงแม้จะอยู่ในวัยใกล้เกษียณอายุ ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกกองทุนกันง่ายขึ้นนะคะ ต้องขอขอบคุณกรมสรรพากรที่ออกประกาศอธิบดีฯ ฉบับนี้ เพื่อสนับสนุนให้ลูกจ้างได้ออมเงินในระบบเพิ่มขึ้นค่ะ ท่านสามารถอ่านรายละเอียดประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 188 และฉบับที่ 202 และบทความสรรหามาเล่าที่อธิบายหลักการภาษีตามประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 188 ได้ที่ www.thaipvd.com แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน