posttoday
ข้อคิดเรื่องซอฟต์แวร์ปี2553

ข้อคิดเรื่องซอฟต์แวร์ปี2553

12 กุมภาพันธ์ 2553

..เบอร์นาร์ด คอลลิน

ซีอีโอ บริษัท เซฟคอมส์ เน็ตเวิร์ค ซีคิวริตี้ คอนซัลติ้ง

ช่วงต้นปี 2553 ถือเป็นเวลาที่องค์กรธุรกิจมักทบทวนผลงานในปีที่ผ่านมาและวางยุทธศาสตร์การค้าสำหรับปีต่อๆ ไป ผมจึงอยากรวบรวมข้อสังเกต แนวโน้มสถานการณ์ และข้อคิดหลักๆ ในเรื่องซอฟต์แวร์มาฝากผู้บริหารองค์กร เพื่อประโยชน์ต่อการวางแผนดำเนินธุรกิจในปี 2553 ดังนี้

หนึ่งในเรื่องที่ยังคงโต้กันอย่างเผ็ดร้อนต่อไปในปี 2553 คือ การเลือกใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หรือซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ ประเด็นก็คือ จริงหรือไม่ที่ว่าการเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเพื่อแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์นั้น เป็นทางออกที่สะดวก ง่าย และไม่ต้องเสียเงิน

จากประสบการณ์ของผมซึ่งให้คำปรึกษาและติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแก่องค์กรในประเทศไทยมามาก เห็นด้วยว่าการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนั้นย่อมต้องดีกว่าการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนอยู่แล้ว

แต่ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งก็คือ “ของฟรีดีๆ นั้นไม่มีในโลก” เจ้าของธุรกิจควรรู้ไว้ว่า การเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในการดำเนินธุรกิจมีต้นทุนแฝงอยู่ จะมากหรือน้อยกว่าการใช้ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์นั้นต้องพิจารณาเป็นกรณีไป

สำหรับบริษัทที่กำลังตัดสินใจว่าจะนำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมาใช้ ควรระบุเป้าหมายที่ชัดเจนว่าอยากได้อะไรจากการตัดสินใจครั้งนี้ แล้วชั่งน้ำหนักให้ดีว่าคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด หากเป็นเป้าหมายระยะสั้น สามารถลดต้นทุนได้แน่นอน แต่ในระยะยาวแล้วอาจต้องเผชิญกับอุปสรรคในเรื่องต่างๆ เช่น การฝึกอบรมพนักงาน การโอนถ่ายข้อมูลมาสู่ระบบใหม่ การทำงานร่วมกับระบบของลูกค้าและท้ายที่สุด คือ การสรรหาผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของซอฟต์แวร์นั้นเป็นอย่างดี เพื่อให้คำแนะนำในการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

ข้อดีก็คือ ตอนนี้ภาครัฐกำลังเร่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่เน้นสร้างมูลค่าจากสิทธิด้านทรัพย์สินทางปัญญา ผมมองว่าประเทศไทยมีคนเก่งๆ เยอะมาก สามารถผลิตสินค้าให้ทันกับความต้องการของตลาดโลกได้ ดังนั้นนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นคือความหวังของประเทศไทย

ผมอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ให้การสนับสนุนโครงการเหล่านี้ เพราะหากการละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงดำเนินต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ มันจะกลายเป็นดาบสองคม ซึ่งทำลายขวัญและกำลังใจของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยด้วยกันเอง

หากภาครัฐดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หวังว่าในปี 2553 นี้เราจะเห็นการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาด้านซอฟต์แวร์ที่เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก ตั้งแต่ผมดำเนินธุรกิจมา เราไม่เคยให้บริการแก่ลูกค้าที่ใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนเลย เราสนับสนุนให้ลูกค้าและคนทั่วไปใช้แต่ซอฟต์แวร์ของแท้เท่านั้น

นั่นเพราะในวงการนี้รู้กันอยู่ว่าไม่มีระบบอะไรที่จะสามารถการันตีความปลอดภัยได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิ่งเป็นระบบที่มีซอฟต์แวร์เถื่อนรวมอยู่ด้วย ยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นนโยบายของเราจึงกำหนดไว้ว่าจะไม่ให้บริการแก่บริษัทที่ใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน เพราะมันเสี่ยงเกินไป

เมื่อเราผ่านภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกในปี 2552 มาได้แล้ว ผมจึงอยากแนะนำให้ผู้บริหารองค์กรหันมาตรวจสอบระบบไอที และสินทรัพย์ประเภทซอฟต์แวร์ที่ใช้ในองค์กรของท่านอย่างละเอียด และเริ่มวางแผนการลงทุนสำหรับปีปัจจุบัน บริษัททั่วๆ ไปจะมีค่าใช้จ่ายด้านไอทีและซอฟต์แวร์เฉลี่ยราว 5% ของต้นทุนในการดำเนินงานทั้งหมด

การลงทุนด้านไอทีและซอฟต์แวร์นับว่าเป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะช่วยลดต้นทุนในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน และยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัทกับคู่แข่งในตลาดโลก

ผมเชื่อว่าประเด็นเรื่องความปลอดภัยจะยังคงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองกันต่อไป มั่นใจได้ว่าจำนวนผู้ส่งอีเมลขยะ แฮกเกอร์ และไวรัสต่างๆ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่คุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะโจมตีธุรกิจของคุณเมื่อไหร่ สิ่งเดียวที่ทำได้คือเตรียมตั้งรับไว้ให้ดี จัดการพัฒนาระบบไอทีของตนให้มีประสิทธิภาพสม่ำเสมอ

ในส่วนของนโยบายภาครัฐนั้น มีหลายเสียงเรียกร้องให้รัฐส่งเสริมการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแทนที่ซอฟต์แวร์ประเภทอื่นๆ ผมเห็นด้วยว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนั้นใช้ทำงานได้ แต่หากภาครัฐเลือกส่งเสริมเฉพาะซอฟต์แวร์ประเภทใดประเภทหนึ่งอาจส่งผลร้ายต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยได้

นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยเองสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์หลากหลายประเภท ไม่ใช่เฉพาะซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเท่านั้น และควรได้รับโอกาสและการสนับสนุนจากภาครัฐที่เท่าเทียมกัน

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ นั่นคือให้ทำการสำรองข้อมูลบริษัทไว้ยิ่งบ่อยยิ่งดี นอกจากทรัพยากรบุคคลในบริษัทแล้ว ข้อมูลในคอมพิวเตอร์นับเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด ในทุกปีคอมพิวเตอร์ราว 30% ต้องสูญเสียข้อมูลที่มีค่าในเครื่องไป หลายครั้งส่งผลกระทบทางธุรกิจที่ร้ายแรงได้อย่างคาดไม่ถึง ดังนั้นขอให้ยอมสละเวลาเพียงเล็กน้อย ดำเนินการสำรองข้อมูลให้ครบถ้วน

โดยภาพรวมแล้ว ผมมองว่าอุตสาห กรรมซอฟต์แวร์และไอทีของไทยกำลังก้าวไปในทิศทางที่ดี ผมเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมไอทีได้ ยิ่งมาถึงตอนนี้ที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างตื่นตัวกับการพัฒนาและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ความหวังของผมยิ่งสดใสขึ้นกว่าเดิม

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน