
ไทยพม่าจับมือปั้นส่งออก
โพสต์ทูเดย์
— ตั้งสภาธุรกิจไทยพม่า ขยายการค้า การลงทุนเพิ่มใน 23 ปีข้างหน้า ปั้นมูลค่าทะลุ 8 หมื่นล้านบาทนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย จัดตั้งสภาธุรกิจไทยพม่าขึ้น เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างเอกชนไทยกับเอกชนพม่า ผลักดันให้เกิดการขยายตัวทางการค้าและการลงทุน
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานส.อ.ท. กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายในช่วง 23 ปีข้างหน้า มูลค่าการค้าจะขยายตัว 20% จากปัจจุบันที่มีมูลค่าการค้าอยู่ที่ 67 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็นกว่า 8 หมื่นล้านบาท
ธุรกิจที่มีโอกาสในพม่า เช่น อาหาร สินค้าแปรรูปต่างๆ การท่องเที่ยว อัญมณี และธุรกิจค้าปลีก นอกจากนี้ความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติของพม่าจะเป็นแรงจูงใจให้เกิดการเข้าไปลงทุนอีกทางหนึ่ง
ด้านนายวิรัตน์ ตันเดชานุรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาห กรรมสิ่งทอ กล่าวว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยปีนี้จะปรับตัวดีขึ้น คาดว่าส่งออกจะเริ่มกลับมาเป็นบวกในช่วงกลางปี มูลค่าไม่ต่ำกว่า 6,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.2 แสนล้านบาท
สินค้าของไทยที่เริ่มได้รับความสนใจจากชาวพม่า คือ ของใช้ภายในบ้าน เช่น ผ้าปูที่นอน ผ้านวม ผ้าม่าน โดยเฉพาะตลาดสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง ซึ่งไทยได้อานิสงส์จากเขตการค้าเสรีอาเซียนด้วย***อย่างไรก็ตาม ผลจากกรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาเซียนบวก3 ส่งผลให้ไทยจะมีความได้เปรียบในการอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพราะไทยเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบประเภทเส้นด้าย ทำให้ผู้ผลิตสิ่งทออย่างญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในแถบประเทศเพื่อนบ้าน เวียดนาม ลาว ฯ จะหันมานำเข้าวัตถุดิบในการผลิตสิ่งทอ เพื่ออาศัยกรอบข้อตกลงทางการค้าที่ได้ภาษีเป็นศูนย์ในการส่งออกไปยังตลาดอื่นๆได้
***
“ปีนี้แนวโน้มสิ่งทอน่าจะดีขึ้นไม่เกินกลางปีการขยายตัวส่งออกน่าจะเป็นบวกได้ เพราะเริ่มมีออเดอร์เข้ามาต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องเร่งปรับตัวมากขึ้น คือ การพัฒนาศักยภาพการผลิตสินค้าในกลุ่มสิ่งทอให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตเส้นด้ายและผ้า ที่มีความแตกต่าง โดยสาเหตุที่ตลาดสิ่งทอฟื้นตัวได้เร็วเพราะมีผู้ผลิตจำกัด และต้องอาศัยกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ ซึ่งไทยได้เปรียบในจุดนี้ ไม่เหมือนกับกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่มีผู้ผลิตจำนวนมากแต่ไม่มีความหลากหลาย”นายวิรัตน์ กล่าว






