
แก้กม.เลี้ยงชีพโอนเข้า‘RMF’
สรรพากรเห็นด้วยให้โอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเข้ากองทุน RMF รอ
สรรพากรเห็นด้วยให้โอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเข้ากองทุน RMF รอ
ก.ล.ต.แก้กฎหมาย กำหนดอายุเกษียณนำเงินออกจากกองทุนอายุ 55 ปีเท่า RMF
นางศรัญยา อุตราภรณ์ นิติกรระดับชำนาญการ สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร กล่าวว่า ปัจจุบันกรมสรรพากรยังไม่เปิดให้โอนเงินลงทุนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาเข้ากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ระบุไว้เหมือน พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ว่าให้โอนเงินจาก กบข.ไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ จึงให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปแก้กฎหมาย พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยระบุให้มีการโอนให้ชัดเจนก่อน
“สรรพากรไม่ได้ปฏิเสธไม่ให้โอน แต่กฎหมายไม่เขียนชัดเหมือน กบข. จึงต้องให้ไปแก้กฎหมายให้โอนไป RMF ได้ ขณะเดียวกันกองทุน RMF ก็ต้องเขียนกฎหมายรับการโอนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรองรับไว้ด้วย แล้วยื่นเรื่องมาที่สรรพากรเพื่อดำเนินการและประกาศใช้ต่อไป” นางศรัญยา กล่าว
ก่อนหน้านี้สมาคมบริษัทจัดการลงทุนได้ขอกรมสรรพากรพิจารณาให้เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโอนมาอยู่กองทุน RMF ได้ ซึ่งจะทำให้สมาชิกที่ลาออกจากบริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปอยู่กับบริษัทที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีการออมเพื่อเกษียณได้ต่อเนื่อง ทำให้เงินออมอยู่ในระบบเกษียณ
นายเกษตร ชัยวันเพ็ญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้แก้ไขและมีผลบังคับใช้แล้ว เช่น การเปิดให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคงเงินไว้ที่บริษัทเดิมได้กรณีที่สมาชิกลาออกจากงานก่อนเกษียณอายุ ซึ่งจากเดิมเงินที่ออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องเสียภาษีเงินได้ แต่ต่อไปฝากไว้ที่กองทุนเดิมจนกว่าจะเกษียณและผลประโยชน์ที่ได้รับก็ไม่เสียภาษี
กรณีที่ออกจากงานเพราะเกษียณ แต่เป็นสมาชิกกองทุนไม่ถึง 5 ปี ก็เปิดให้คงเงินไว้ในกองทุนต่อไปเพื่อให้เป็นสมาชิกกองทุนครบ 5 ปีตามเกณฑ์ ก็ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเช่นกัน แต่ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี
นอกจากนี้ กรมสรรพากรจะประกาศให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพลาออกจากกองทุนได้เมื่ออายุ 55 ปี เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกับกองทุน RMF จากปัจจุบันการลาออกจากกองทุนจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทนายจ้าง
ด้านบลจ.กสิกรไทย นั้น นายเกษตร กล่าวว่า มีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอันดับหนึ่ง มูลค่าสินทรัพย์ 1.29 แสนล้านบาท มีจำนวน 81 กองทุน จากนายจ้าง 2,205 ราย สมาชิก 4.70 แสนราย โดยมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่ผ่านมา 4.02 หมื่นล้านบาท หรือ 45% จากสินทรัพย์ 8.9 หมื่นล้านบาท
“ลูกค้ารัฐวิสาหกิจหลายรายที่ครบอายุมาเลือกใช้บริการกับบริษัท ทำให้สินทรัพย์โตค่อนข้างมากและตั้งเป้าสิ้นปีไว้ที่ 1.4-1.5 แสนล้านบาท” นายเกษตร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เหลือของปีนี้ไม่มีดีลขนาดใหญ่ที่จะครบอายุแล้ว โดยมีดีลที่จะครบอายุประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมองว่าจุดที่ทำให้ลูกค้ามาใช้บริการกับบริษัท เป็นผลจากบุคลากรของบริษัทไม่เปลี่ยนและมีประสบการณ์จึงให้บริการได้ต่อเนื่อง กลุ่มกสิกรไทยมีการให้บริการอื่นได้ครบวงจร รวมถึงผลการดำเนินงานของกองทุนเป็นที่น่าพอใจ
สำหรับผลตอบแทนของกองทุนที่เลือกลงทุนในหุ้นตั้งแต่ 25-30% ในพอร์ตในปีที่ผ่านมา จะได้ผลตอบแทนประมาณ 10-14% แต่หากลงทุนในตราสารหนี้อย่างเดียวผลตอบแทนค่อนข้างน้อยที่ 22.5%







