
ประกันนครหลวงไทยอิงแบงก์โต
ตั้งเป้าเบี้ยรับ1,600ล้านบาทเบนเข็มคุ้มครองสินเชื่อบุคคลโพสต์ทูเดย์
— ประกันชีวิตนครหลวงไทย ยึดฐานลูกค้าบริษัทแม่ธนาคารนครหลวงไทย ปั้นเบี้ย 1,600 ล้านบาท หวังกำไร 250 ล้านบาทนางจันทรจรัส บุญคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทย เปิดเผยว่า ปี 2553 ตั้งเป้ายอดขายเบี้ยรับปีแรกให้ได้ 1,600 ล้านบาท หรือเติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีกำไรประมาณ 250 ล้านบาท โดยมุ่งขายสินค้าผ่านช่องทางสาขาของธนาคารนครหลวงไทยเป็นหลักในสัดส่วน 95% และจากช่องทางบริษัทนายหน้าและช่องทางโทรศัพท์อีก 5% ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าประมาณ 9 หมื่นราย
ขณะที่ธนาคารนครหลวงไทยมีฐานลูกค้า 23 ล้านราย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเงินฝากยังเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการซื้อประกันชีวิตและเป็นทางเลือกให้กับลูกค้านอกเหนือจากการฝากเงิน
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ธนาคารนครหลวงไทยไม่ได้เน้นขยายสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากนัก ทำให้แบบประกันชีวิตสินเชื่อที่อยู่อาศัยก็คงไม่เติบโตมากนัก ดังนั้นบริษัทจึงต้องออกสินค้าใหม่มาเสริมตลาด ไม่ว่าจะเป็นแบบประกันชีวิตสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต รวมถึงแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ ชำระเบี้ย 10 ปี คุ้มครอง 90 ปี มีทุนประกันขั้นต่ำ 2 แสนบาท เบี้ยปีละประมาณ 1 หมื่นบาท ซึ่งคาดว่าจะออกมาขายได้ในเดือนหน้า เป็นการออกมาขายดักหน้าก่อนที่ดอกเบี้ยจะอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยที่ผ่านมาผลตอบแทนของบริษัทที่ให้กับลูกค้านั้นก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับตลาด
สำหรับแบบประกันชีวิตสินเชื่อเช่าซื้อรถที่ขายกับบริษัท ราชธานี ลิสซิ่ง นั้นได้หยุดขายเป็นการชั่วคราว และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงค่าเบี้ยใหม่ให้เป็นลักษณะรายเดี่ยวเพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น จากเดิมที่บริษัทจะคิดเป็นลักษณะรายกลุ่ม
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารก็ทำแบบประกันชีวิตสินเชื่อที่อยู่อาศัยถึง 70% และบริษัทก็ขายสินค้าได้ในสัดส่วน 50% ส่วนที่เหลืออีก 50% ก็เป็นของบริษัท ซัมซุงประกันชีวิต ซึ่งมีธนาคารนครหลวงไทยถือหุ้นด้วย
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2552 บริษัทมีเบี้ยรับปีแรก 1,383 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% เมื่อเทียบกับปี 2551 ที่ได้ 769 ล้านบาท และเบี้ยรับรวมได้ 2,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบกับปี 2551 ที่ได้ 1,769 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิที่ได้ลดลงเหลือ 142 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2551 ที่ได้ 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรฐานการคิดบัญชีใหม่







