
เตือนเพิ่มค่าแรงฉุดส่งออกไทย
หวั่นนโยบายขึ้นค่าแรงฉุดส่งออกไทยปี 55 แนะรัฐทยอยปรับพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน
หวั่นนโยบายขึ้นค่าแรงฉุดส่งออกไทยปี 55 แนะรัฐทยอยปรับพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า นโยบายการปรับขึ้นค่าแรงของรัฐบาลชุดใหม่ จะเป็นปัจจัยลบที่ทำการส่งออกสินค้าไทยในปี 2555 ชะลอตัว เนื่องจากศักยภาพการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยลดลง จากการปรับขึ้นราคาสินค้าส่งออกตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้แข่งขันกับสินค้าประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม จีน ลำบากมากขึ้น
ทั้งนี้ จากผลการศึกษานโยบายการปรับขึ้นค่าแรงของรัฐบาลชุดใหม่ พบว่าการปรับขึ้นค่าแรงงาน 2 ส่วน คือการปรับค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท/วัน และการปรับขึ้นค่าแรงในระดับปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท/เดือน จะกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น 28% แบ่งเป็นภาคการผลิต 31.52%และภาคบริการ 26.51% โดยกลุ่มที่มีต้นทุนค่าแรงงานเพิ่มขึ้นมากสุด คืออาหาร เครื่องดื่ม ยาสูบ เพิ่มขึ้น 35.02% รองลงมาสิ่งทอ และเครื่องแต่งกาย 34.45% และกระดาษ ผลิตภัณฑ์จากกระดาษ และการพิมพ์ 22.39%
เมื่อแยกเป็นการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท/วัน หรือเพิ่มขึ้น 39.5% จากค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันที่ 215 บาท/วัน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น 22.29% แบ่งเป็นภาคการผลิต 29.61% และภาคบริการ 19.19% กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นมากสุด คือ สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย 32.97% อาหาร เครื่องดื่ม ยาสูบ 34.24% และกระดาษ ผลิตภัณฑ์กระดาษและการพิมพ์ 26.97%
ขณะที่การปรับค่าแรงระดับปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท/เดือน หรือเพิ่มขึ้น 36% จากปัจจุบันที่เงินเดือนระดับปริญญาตรีเฉลี่ย 1.1 หมื่นบาท/เดือน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกเพิ่ม 5.71% โดยภาคการผลิตกระทบ 1.91% ภาคบริการ 7.32% กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากสุด กระดาษ ผลิตภัณฑ์จากกระดาษ และการพิมพ์ 5.44% สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย 1.48% และอาหาร เครื่องดื่ม ยาสูบ 0.78%







