
อสังหาฯเดี้ยงรัฐปรับค่าจ้างเตือนทยอยขึ้น
3 สมาคมอสังหาฯ ชำแหละนโยบายขึ้นค่าจ้าง ชี้รัฐควรค่อยเป็นค่อยไป และเร่งพัฒนาแรงงานป้อนตลาด
3 สมาคมอสังหาฯ ชำแหละนโยบายขึ้นค่าจ้าง ชี้รัฐควรค่อยเป็นค่อยไป และเร่งพัฒนาแรงงานป้อนตลาด
นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า หากมีการใช้นโยบายขึ้นค่าจ้างเป็น 300 บาท คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและบริการทั้งระบบ โดยในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์จะได้รับผลกระทบจากทั้งส่วนของราคาวัสดุก่อสร้างที่ต้องปรับขึ้นตามต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น และจากค่าจ้างงานก่อสร้าง
สำหรับประเด็นที่รัฐบาลใหม่เสนอให้ลดภาษีนิติบุคคลทดแทนการปรับขึ้นค่าจ้างนั้น คงต้องทบทวนให้รอบคอบว่าคุ้มกันหรือไม่ เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้วผู้ประกอบการต้องผลักภาระต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นไปให้ผู้บริโภค นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ท้ายที่สุดราคาสินค้าและบริการต่างๆ คงต้องปรับขึ้น โดยในส่วนของภาคอสังหาฯ ปัจจุบันแรงงานทั่วไปมีรายได้อยู่ที่ 250 บาท แรงงานมีฝีมืออยู่ที่ 280–300 บาทต่อวัน หากค่าจ้างขั้นต่ำต้องปรับขึ้นเป็น 300 บาท ค่าจ้างของแรงงานมีฝีมือก็จะต้องปรับสูงขึ้นอีก
นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องขึ้นค่าจ้างนั้น คงต้องรอรายละเอียดที่ชัดเจนจากภาครัฐอีกครั้ง จึงจะประเมินได้ว่ามีผลกระทบอย่างไรบ้าง
สิ่งที่ภาครัฐควรให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องการขึ้นค่าจ้าง คือ การพัฒนาศักยภาพของแรงงานฝีมือ และการเพิ่มจำนวนแรงงานเข้าสู่ระบบ เพราะปัจจุบันปัญหาสำคัญอยู่ที่การขาดแคลนแรงงาน
ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า รัฐควรปรับโครงสร้างทางการศึกษาใหม่ เพื่อผลิตคนออกมารองรับกับงานในตลาด และปรับกฎหมายให้ดำเนินการนำเข้าและต่ออายุแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายได้สะดวกขึ้น เพราะต้องยอมรับว่างานใช้แรงหลายประเภทที่แรงงานไทยไม่ทำแล้ว ซึ่งนับจากนี้ภาคอสังหาฯ คงต้องหันมาพึ่งระบบการก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน และลดระยะเวลาก่อสร้าง







