
น้ำมันยังน่าห่วงกองทุนฯติดลบก.ค.ทะลุพันล.
ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบหนัก 1,132 ล้านบาท รอ รมว.พลังงานคนใหม่ ขับเคลื่อนต่อ
ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบหนัก 1,132 ล้านบาท รอ รมว.พลังงานคนใหม่ ขับเคลื่อนต่อ
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) รายงานสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 4 ก.ค. ติดลบอยู่ 1,132 ล้านบาท มีเงินไหลเข้าวันละ 49 ล้านบาท แต่แม้จะมีฐานะติดลบ ก็ยังอยู่ในวิสัยที่สามารถบริหารจัดการต่อไปได้
กรณีนโยบายพรรคเพื่อไทยมีแนวคิดให้ยุบการทำงานของกองทุนน้ำมันฯ นั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด เป็นเรื่องของนโยบาย ต้องรอ รมว.พลังงานคนใหม่เป็นผู้พิจารณา โดยกระทรวงพลังงานอยู่ในฐานะผู้ปฏิบัติเท่านั้น
พร้อมกันนี้ ที่ประชุม กบง. มีมติปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ สำหรับดีเซลลง 60 สต./ลิตร จากเดิมจัดเก็บ 2.40 บาท/ลิตร เหลืออัตราการจัดเก็บอยู่ 1.80 บาท/ลิตร
ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลเหลือเพียง 54 สต./ลิตร ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมัน 45 ราย ได้ประกาศปรับขึ้นราคาดีเซลไปแล้ว 60 สต./ลิตร ไปอยู่ที่ 30.59 บาท/ลิตร เมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา โดยหลังจากลดอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ แล้ว ทำให้ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 1.14 บาท/ลิตร และจะทำให้ราคาขายปลีกดีเซลลดลงมาอยู่ที่ 29.99 บาท/ลิตร
ขณะที่นโยบายการปล่อยลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคอุตสาหกรรมนั้น ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในประกาศคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว เพื่อรองรับการประกาศปรับขึ้นราคาแอลพีจีไตรมาสละ 3 บาท/กก. โดยต้องรอให้มีการลงนามในราชกิจจานุเบกษาก่อน หลังจากนั้น 1 วัน จึงจะมีผลบังคับ
ทั้งนี้ ในส่วนข้อเสนอของผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิกและแก้ว ที่ต้องการให้ชะลอการปรับราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมออกไปก่อนนั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ในช่วงรัฐบาลรักษาการ เพราะจะเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเท่านั้น ขณะนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ต้องรอให้มีความชัดเจนก่อน
ด้านนายศิวะนันท์ ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน หรือ สบพน. กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีหน้าที่สำคัญในการดูแลราคาพลังงาน โดยยังมีหน้าที่จัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากกลุ่มเบนซินและดีเซล
ขณะเดียวกัน กองทุนน้ำมันฯ ก็มีภาระในการตรึงราคาก๊าซทุกประเภท ทั้งก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ (เอ็นจีวี) การชดเชยการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศ และการชดเชยค่าขนส่งแอลพีจีในประเทศ เพื่อทำให้ราคาขายเท่ากันทั่วประเทศ ไม่เป็นภาระต่อผู้ใช้ในประเทศมากนัก







