
ลุ้นรัฐบาลใหม่ดันกำลังซื้อพุ่ง
หวังการเมืองสงบฟื้นเศรษฐกิจล็อกซเล่ย์ชิงตลาดผงซักฟอก
หวังการเมืองสงบฟื้นเศรษฐกิจล็อกซเล่ย์ชิงตลาดผงซักฟอก
ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง ลุ้นตั้งรัฐบาลใหม่ไม่วุ่น ดึงกำลังซื้อครึ่งปีหลังพุ่ง ล่าสุดนำเข้า “แผ่นซักผ้า” เกาหลี ดันยอดเข้าเป้า
นางโกสุม สินเพิ่มสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ในเครือล็อกซเล่ย์ กล่าวว่า แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคในครึ่งปีหลังต้องรอดูการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร หากการจัดตั้งรัฐบาลไม่มีปัญหาจะทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคดีกว่าครึ่งปีแรก
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบว่า ยอดขายเติบโตค่อนข้างสูง เนื่องจากมีความต้องการซื้อสินค้ากลุ่มน้ำมันพืชมากขึ้นจากปัญหาน้ำมันปาล์มขาดแคลน ทำให้ยอดขายน้ำมันพืชกุ๊กที่บริษัทจัดจำหน่ายเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย
ด้านแผนตลาดในครึ่งปีหลัง บริษัทได้นำเข้าสินค้าใหม่ เป็นผลิตภัณฑ์แผ่นซักผ้าแบรนด์ “แอลจี เทค” ของบริษัท แอลจี เฮาส์โฮลด์ แอนด์ เฮลท์แคร์ ประเทศเกาหลี โดยไทยถือเป็นประเทศที่ 2 ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์แอลจี เทค ต่อจากเกาหลี ซึ่งในบริษัท แอลจี เฮาส์โฮลด์ แอนด์ เฮลท์แคร์ มีสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 4,000 รายการ และในอนาคตจะพิจารณานำเข้าผลิตภัณฑ์อื่นเข้ามาทำตลาดต่อไป
ผลิตภัณฑ์แอลจี เทค เป็นสินค้านวัตกรรมใหม่ที่ต้องการเข้ามาเจาะตลาดผู้บริโภคที่ใช้เครื่องซักผ้าที่มีสัดส่วน 40% ของตลาดผงซักฟอกโดยรวมมูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท และขยายตัวในสัดส่วน 1015% ต่อปี สูงกว่าผงซักฟอกสำหรับซักมือที่ขยายตัวปีละ 710%
ทั้งนี้ จะใช้งบตลาดรวม 20 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้และวางจำหน่ายในช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตระดับบน เช่น โลตัส เอ็กซ์ตร้า วิลล่า ฟู้ดแลนด์ เป็นต้น โดยปัจจุบัน ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค 11 รายการ อาทิ น้ำมันพืชกุ๊ก นมหนองโพ ถั่วกรีนนัท สินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัท อาทิ แปรงสีฟันแอดวานซ์ และแป้งเย็นสโนวี่
“ในอนาคตบริษัทมีแผนพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเองมากขึ้น โดยอยู่ระหว่างพัฒนาสินค้า 45 รายการ คาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะเป็นสัดส่วนรายได้หลัก และทำให้ยอดขายเติบโตเท่าตัว มูลค่า 5,000 ล้านบาท” นางโกสุม กล่าว
ในปีที่ผ่านมา ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง มียอดขายรวม 2,700 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากน้ำมันพืชกุ๊กและนมหนองโพในสัดส่วนละ 40% ที่เหลือเป็นขนมขบเคี้ยวกรีนนัทและแบรนด์ของตัวเอง โดยปีนี้คาดว่าจะมียอดขายรวม 3,000 ล้านบาท เติบโต 15% จากปีที่แล้ว และในอีก 3 ปีจากนี้ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ในแบรนด์บริษัทเป็น 40%







