
ปตท.จิฟฟี่งเป้ายอดขายปีนี้โต3-4%
ปตท.จิฟฟี่ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต3-4% จากปีก่อน 4,400 ล้านบาท เล็งดันร้านจิฟฟี่คิทเช่นเจาะตลาดนอกปั๊ม
ปตท.จิฟฟี่ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต3-4% จากปีก่อน 4,400 ล้านบาท เล็งดันร้านจิฟฟี่คิทเช่นเจาะตลาดนอกปั๊ม
นายกฤษณะพล โกมลบุณย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก ผู้บริหารปั๊มปตท.จิฟฟี่.และร้านสะดวกซื้อ“จิฟฟี่” เปิดเผยว่า การบริหารธุรกิจปั๊มน้ำมันปตท.จิฟฟี่ในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายมีอัตราการเติบโต 3-4 % จากปีก่อนที่มียอดขายอยู่ที่ 4,400 ล้านบาท โดยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจบริการเสริมภายในปั๊มน้ำมันให้มากขึ้นภายใต้แบรนด์จิฟฟี่ เนื่องจากสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้หลังจากเปิดตัวร้านอาหารจิฟฟี่ คิทเช่น ไปแล้ว 5 สาขา ภายในปั๊มน้ำมัน มีแนวคิดที่จะเปิดร้านจิฟฟี่นอกปั๊มน้ำมันด้วย โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้า เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เนื่องจากมั่นใจพันมิตรของร้านอาหารชื่อดังที่เข้ามาร่วมงาน
สำหรับยอดจำหน่ายน้ำมันของปั๊มปตท.จิฟฟี่ ที่มีอยู่146 แห่งเฉลี่ยอยู่ที่ 7 แสนลิตร/เดือน/ปั๊ม ซึ่งถือว่ามีอัตราการเติบโตที่ดีเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ปตท.ยังไม่ได้เข้ามาบริหารปั๊มเจ็ทมียอดจำหน่ายเพียงเดือนละ 4 แสนลิตร/ปั๊ม เท่านั้น
ด้านนายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. กล่าวว่า ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อนยังไม่ดีมากนัก โดยช่วง6 เดือนแรก ค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 1.14 บาท/ลิตร และคาดว่าตลอดปีน่าจะอยู่ที่ 1.20 บาท/ลิตร ในขณะที่ปี 2553 ค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 1.43 บาท/ลิตร เนื่องจากปีนี้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายตรึงราคาดีเซล 30 บาท/ลิตร ทำให้การปรับราคาขายปลีกยังไม่สะท้อนตลาดโลกได้ทันที
สำหรับการบริหารธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในเครือปตท. ต้องยอมรับว่าในช่วง 3-5 ปี ที่ผ่านมา ธุรกิจเสริมในปั๊มน้ำมันมีอัตราการเติบโตที่ดี และบริษัทน้ำมันแต่ละแห่งก็มีการแข่งขันในเรื่องนี้ เพราะเป็นเครื่องมือในการสร้างแรงจูงใจให้กับลูกค้า หากใครมีธุรกิจบริการที่หลากหลายมากกว่า ลูกค้าก็เลือกที่มาใช้บริการในปั๊มน้ำมันแห่งนั้น
นายจักรกฤช จารุจินดา ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. กล่าวถึงแผนการขยายปั๊มน้ำมันปตท.ในปีนี้ คงไม่ขยายจากเดิม แต่จะเปิดเพื่อทดแทนปั๊มน้ำมันที่หมดสัญญาพื้นที่เดิมมากกว่า โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯชั้นในมีปั๊มปตท.ประมาณ 5 แห่งที่หมดสัญญาลงและไม่มีการต่อสัญญาอีก ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้พื้นที่ไปสร้างคอนโดมิเนียม ดังนั้นจากนี้ไปปตท.จะต้องมองหาทำเลที่ตั้งปั๊มน้ำมันที่มีขนาดเล็กลงเฉลี่ยพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่ จากเดิมที่ต้องการพื้นที่ 2-3 ไร่ และต้องไปตั้งอยู่แถบรอบนอกกรุงเทพ แทน เพราะพื้นที่ในกรุงเทพมีน้อยลง







