
บจ.ยิ้มรับนโยบาย‘พท.’
‘ADVANC’โล่งอกไม่ถูกการเมืองป่วนอสังหาฯลูบปากรอ
‘ADVANC’โล่งอกไม่ถูกการเมืองป่วนอสังหาฯลูบปากรอ
ผู้บริหาร บจ. ชี้เพื่อไทยตั้งรัฐบาล ส่งผลดีต่อการบริหารงาน แอดวานซ์ อินโฟร์ฯ ระรื่น ไม่ถูกการเมืองเจาะยาง นโยบายหนุนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
หุ้นไทยวิ่งเป็นกระทิงขวิดกว่า 4.69% เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติสถาบันในประเทศไล่ซื้อหุ้นขึ้นแรงเกือบทั้งตลาด โดยเฉพาะหุ้นที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ (ITD) บริษัท เนาวรัตน์พัฒนา (NWR) ที่ราคาปรับตัวขึ้นชนเพดานสูงสุด (ซิลลิง) รวมถึงหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะได้รับผลดีจากการมีรัฐบาลที่แน่นปึ้ก
ขณะที่หุ้น ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งฯ (STEC) และบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) ซึ่งเป็นหุ้นพรรคภูมิใจไทย ปรับตัวลงหลังจากพรรคนี้เป็นฝ่ายค้าน นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) เปิดเผยว่า การเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นเพื่อไทยจะส่งผลดีทางจิตวิทยาต่อบริษัท เพราะไม่มีพรรคการเมืองที่คอยสร้างอุปสรรคฉุดการดำเนินงาน ทำให้บริษัทกลับไปทำธุรกิจได้เป็นปกติ ซึ่งไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลพื้นฐานของบริษัทยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพราะบริษัทไม่ได้ทำงานบนความคาดหวังว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล
“เราได้รับผลทางจิตวิทยา อย่างน้อยก็ไม่มีพรรคการเมืองที่คอยมาฟื้นฝอยหาตะเข็บ สร้างเรื่องไม่เป็นเรื่อง” นายวิเชียร กล่าว
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงล่าง จะได้รับผลดีจากนโยบายคืนภาษีให้กับผู้ซื้อบ้านหลังแรกของรัฐบาลใหม่ ซึ่งมี PS และบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) เป็นเจ้าตลาด แต่ต้องดูความชัดเจนของมาตรการก่อนถึงจะประเมินผลได้
“มาตรการนี้ส่งผลดีต่อเราแน่ แต่รัฐบาลพูดแล้วต้องรีบทำ เพราะประชาชนจะชะลอซื้อ ถ้าช้าจะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะงักได้” นายประเสริฐ กล่าว
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการบริษัท ศุภาลัย (SPALI) กล่าวว่า การเมืองนิ่งจะเพิ่มบรรยากาศในการซื้อบ้าน ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล แต่บริษัทไม่ได้หวังว่าจะรอมาตรการจากทางการ
นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี (CCP) เปิดเผยว่า กรณีกลุ่ม “ชาญวีรกูล” ถือหุ้นในบริษัท แต่ยืนยันว่าบริษัทไม่ใช่หุ้นการเมือง และคงไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนรัฐบาล เนื่องจากบริษัทรับงานจากหลายแห่งและรับงานจากบริษัท STEC เพียง 10% ถือว่าไม่มาก ที่เหลือรับจากภาครัฐ 60% และเอกชนรายอื่นๆ อีก 30%
ขณะที่อุตสาหกรรมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ คอนกรีตมีคู่แข่งขันเพียง 4-5 ราย และบริษัทติด 1 ใน 3 รายที่ใหญ่สุด ทำให้มีโอกาสได้งานสม่ำเสมออยู่แล้ว
“ผมไม่คิดว่าการเมืองจะมีผลกับเรา เพราะเราเป็นหมวดผลิตที่เติบโตตามอุตสาหกรรมก่อสร้าง ส่วนเราได้งานหรือไม่ได้ เรื่องสำคัญอยู่ที่สเปกและความต้องการของสินค้า” นายชาคริต กล่าว







