posttoday
เงินบาทอ่อนค่าใกล้แตะ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐตลาดหุ้นรอลุ้นหลังเลือกตั้ง

เงินบาทอ่อนค่าใกล้แตะ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐตลาดหุ้นรอลุ้นหลังเลือกตั้ง

04 กรกฎาคม 2554

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (วันที่ 48 ก.ค.) ว่าอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.50-30.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (วันที่ 48 ก.ค.) ว่าอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.50-30.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

โดย..วารุณี สิทธิถาวร

โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศหลังการเลือกตั้ง การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

และทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดโลกที่น่าจะเชื่อมโยงกับทิศทางเศรษฐกิจโลก ที่สะท้อนได้จากผลสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ภาคการผลิตภาคบริการเดือน มิ.ย.ของหลายๆ ประเทศ ตลอดจนความคืบหน้าของแผนความช่วยเหลือด้านเงินทุน หลังจากที่รัฐสภากรีซเห็นชอบมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังแล้ว

รวมถึงการขยับเพดานหนี้ และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าภาคโรงงานเดือน พ.ค. ข้อมูลการจ้างงาน และอัตราการว่างงานเดือน มิ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

สำหรับค่าเงินบาท (Onshore) อ่อนค่าใกล้ระดับ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนกลับมาแข็งค่าในช่วงท้ายสัปดาห์ก่อนวันหยุด

ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมากท่ามกลางความต้องการเงินเหรียญสหรัฐจากกลุ่มผู้นำเข้าในช่วงใกล้สิ้นเดือน ตลอดจนแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐของผู้ค้าทองคำ หลังจากที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลงค่อนข้างมาก

นอกจากนี้ แรงขายเงินบาทในช่วงต้นสัปดาห์ยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางบรรยากาศที่ระมัดระวังก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของไทยเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงติดลบและแข็งค่ากลับมาในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากการกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติก่อนสิ้นไตรมาส 2/2554 และการเพิ่มขึ้นของความต้องการเสี่ยงของนักลงทุน หลังจากที่มาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังของกรีซในกระบวนการพิจารณาของรัฐสภาคืบหน้าไปมาก

สำหรับวันพฤหัสบดีที่ 30 มิ.ย. เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ 30.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังอ่อนค่าสุดระหว่างสัปดาห์ใกล้ 31 เทียบกับระดับ 30.63 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า

ดอกเบี้ยตลาดเงิน

ด้านอัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ อีกทั้งเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) หนาแน่นที่ระดับ 2.9% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน อยู่ที่ระดับ 2.997293% เทียบกับระดับ 3% ในสัปดาห์ก่อน

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 48 ก.ค. 2554 จะมีการทยอยไหลกลับของสภาพคล่องเข้าสู่ระบบธนาคารหลังสิ้นเดือน คาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะทรงตัวใกล้ระดับ 3% ท่ามกลางสภาพคล่องที่ยังมีอยู่มาก

ผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.78% เพิ่มขึ้นจาก 3.75% ในสัปดาห์ก่อนหน้า จากการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น ขณะที่นักลงทุนชะลอการลงทุนก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 3.11% เร่งขึ้นจาก 2.87% ในวันศุกร์ก่อนหน้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ซบเซาในระหว่างสัปดาห์ และแผนการรัดเข็มขัดของกรีซที่มีความคืบหน้ามากขึ้น ช่วยคลายความวิตกของนักลงทุนลงบางส่วน รวมไปถึงยอดการทำสัญญาบ้านที่รอปิดการขายของสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด

เงินยูโรและเงินเยน

เงินยูโรแข็งค่าขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังว่า กรีซจะสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์เลวร้ายจากการผิดนัดชำระหนี้ได้ หลังจากที่รัฐสภากรีซเห็นชอบมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังระยะ 5 ปี ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เปิดทางให้มีการพิจารณาแผนช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซเป็นกระบวนการถัดไป

นอกจากนี้ เงินยูโรยังได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปในการประชุมเดือน ก.ค.นี้ หลังประธาน ECB สะท้อนสัญญาณเชิงคุมเข้ม เพื่อสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์

ด้านเงินเยนผันผวนอ่อนค่าในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความหวังต่อแผนการช่วยเหลือกรีซ ก่อนจะกลับมาแข็งค่าขึ้นตั้งแต่กลางสัปดาห์ หลังเงินเหรียญสหรัฐเผชิญแรงขายจากปัญหากรีซที่เริ่มคลี่คลาย

ส่งผลให้ค่าเงินยูโรในตลาดยุโรปวันพฤหัสบดีที่ 30 มิ.ย. อยู่ที่ 1.4468 เทียบกับ 1.4190 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ในวันศุกร์ก่อนหน้า ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 80.40 จาก 80.37 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า

ตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังความกังวลต่อปัญหาหนี้ของกรีซคลี่คลายลง และนักลงทุนคลายความกังวลจากการเมืองหลังเลือกตั้งพอสมควร หลังตลาดรับข่าวมาแล้วระยะหนึ่ง โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,041.48 จุด เพิ่มขึ้น 1.81% โดยนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างชาติ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ส่วนนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ

ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 304.27 จุด เพิ่มขึ้น 1.19% จากสัปดาห์ก่อน

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย มองแนวโน้มสัปดาห์นี้ว่า ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามภูมิภาค ต้องติดตามผลการเลือกตั้ง ราคาน้ำมันตลาดโลก ความคืบหน้าหนี้สหรัฐ 

 

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?