
ครึ่งทางของกิจการเอสเอ็มอี
เช้าวันนี้พวกเราคงจะเห็นเค้าลางหน้าตาของว่าที่รัฐบาลใหม่กันชัดเจนขึ้น ใครจะมาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศชาติ ก็ขอให้ทำตามนโยบายที่ประกาศหาเสียงไว้
เช้าวันนี้พวกเราคงจะเห็นเค้าลางหน้าตาของว่าที่รัฐบาลใหม่กันชัดเจนขึ้น ใครจะมาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศชาติ ก็ขอให้ทำตามนโยบายที่ประกาศหาเสียงไว้
โดย..สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
ส่วนใครที่อกหักต้องเว้นวรรคไปเป็นฝ่ายค้าน ก็ขอให้ทำหน้าที่อย่างสุดกำลัง รออีกไม่กี่วันทุกอย่างก็คงลงตัว
การเมืองต้องใช้เวลารอ แต่ที่รอไม่ได้คือธุรกิจการค้า
จะว่าไปแล้ววันนี้ก็เดินทางเข้าสู่ครึ่งปีหลังเต็มตัว เผลอนิดเดียววันเวลาก็ผ่านไปแล้วครึ่งทาง กิจการร้านค้าไหนที่ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังไม่เข้าเป้า ก็คงต้องรีบตรวจสอบตรวจเช็กสุขภาพธุรกิจของท่านอย่างละเอียดว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น
ยอดขายทำได้ตามเป้าหรือไม่ ต้นทุนขายสูงหรือต่ำกว่าที่ควรจะเป็น บรรดาค่าใช้จ่ายในการบริหารและการขายแต่ละรายการใกล้เคียงหรือเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ
ส่วนของลูกหนี้การค้ามีปัญหาในการเรียกเก็บหรือยังสามารถเก็บเงินได้ตรงตามกำหนด สินค้าคงคลังมีปริมาณเป็นอย่างไร
รายการที่หมดอายุหมดสภาพไม่สามารถนำมาขายได้หรือไม่กี่มากน้อย
หากเจ้าของกิจการนำรายการต่างๆ แยกเป็นหมวดหมู่และนำมาเปรียบเทียบเป็นรายเดือน จะลองทำเป็นกราฟเส้นหรือกราฟแท่งแบบง่ายๆ ก็ได้ แล้วเอามานั่งนิ่งๆ วิเคราะห์ความแตกต่างแต่ละเดือนดูด้วยตัวเอง เราจะเห็นความเป็นไป ความผิดปกติ หรือจุดบกพร่องภายในกิจการของเราได้ไม่ยาก
นี่คือการวินิจฉัยตรวจสุขภาพภายในกิจการแบบง่ายๆ ของเราด้วยตัวเราเองโดยไม่ต้องไปจ้างคนอื่นมาทำ
สิ่งที่เราได้จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบรายการหลักๆ ที่เป็นหัวใจของการบริหารจัดการกิจการ จะทำให้เราได้ข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนปรับปรุงแก้ไข หรือปรับเปลี่ยนแผนการทำธุรกิจเชิงรุกในครึ่งปีหลังได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม
เราจะมีข้อมูลข้อเท็จจริงจากธุรกิจจริงของเรามาวางแผน ผมไม่แนะนำให้ใช้ความรู้สึกหรือความเก๋ามากำหนดทิศทางในการทำงานช่วงเวลาที่เหลือในปีนี้ เพราะสถานการณ์การแข่งขันมันหนักหน่วงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจัยภายนอกกิจการที่เป็นลบมีมากเหลือเกิน การเมืองก็เริ่มตั้งไข่ยังไม่นิ่ง กว่าจะฟอร์มรัฐบาลเสร็จ กว่าจะสรุปนโยบาย กว่าจะลงมือทำงาน กว่าจะนำมาตรการลงไปปฏิบัติ ยังไม่รู้จะอีกกี่เดือน
สถานการณ์เงินเฟ้อก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ภาวะดอกเบี้ยจึงมีแต่ขาขึ้นไม่มีทางลง น้ำมันก็ยังมีแนวโน้มแพงขึ้น เศรษฐกิจต่างประเทศส่อแววไม่สู้ดี ภัยพิบัติธรรมชาติก็ตามราวีเป็นระลอก
สรุปว่า มีแต่ปัญหารุมเร้า ยุคนี้คนทำธุรกิจประกอบการเอสเอ็มอี ถ้าไม่เก๋าและไม่เก่งมีโอกาสเจ๊งสูงมาก
การวิเคราะห์และทำแผนธุรกิจให้รอบคอบ จึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดความผิดพลาดและความเสียหายในกิจการได้ดีกว่าการไม่ทำ
จากประสบการณ์ของผม พบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีร้อยราย มีการทำแผนธุรกิจไม่ถึงสิบราย และในจำนวนไม่ถึงสิบรายนั้น มีผู้นำแผนธุรกิจไปใช้จริงๆ ไม่ถึงหนึ่งราย
นั่นหมายถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยยังคงทำธุรกิจด้วยประสบการณ์ความรู้สึกของตัวเองเป็นหลัก หากโชคดีก็รวยไป ส่วนรายที่เจ๊งเสียหายก็จะโทษโชคชะตามากกว่าฝีมือตัวเอง
ฝากเป็นการบ้านข้อใหญ่ให้ว่าที่รัฐบาลชุดใหม่ นโยบายส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้เข้มแข็ง
ที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัยมีแต่แผนสวยหรูดูดีทำไว้ประดับบารมีเท่านั้น งบประมาณมากมายถูกนำไปใช้อย่างเลอะเทอะเพื่อสร้างภาพพีอาร์หาเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการไม่
ไหนๆ ก็ตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว สังคายนาชุดใหญ่ บูรณาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกันใหม่ เขย่าทิศทางและแผนงานให้ตกตะกอนกันใหม่
แล้วประกาศเป็นนโยบายชัดๆ ประเทศไทยจะพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยอย่างจริงจัง...ให้โลกตะลึง!!







