
นิพพานสุข
ท่านผู้อ่านที่เคารพ ยุคสมัยนี้มีความเห็นใหม่ๆ เกี่ยวกับพระนิพพาน
ท่านผู้อ่านที่เคารพ ยุคสมัยนี้มีความเห็นใหม่ๆ เกี่ยวกับพระนิพพาน
โดย..คุณสลิล
ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสูงสุดในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะเรื่องของนิพพานสุข ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่อาจถูกใจคนสมัยใหม่บางส่วนที่ชอบอะไรง่ายๆ เร็วๆ หรือบางสำนักที่จงใจพยายามทำให้คนเข้าใจผิดเพี้ยนไปคิดว่าเป็นความจริงอย่างนั้น เพื่อผลประโยชน์ทางวัตถุหรือเพื่อหาสาวกมากๆ
ก็ทั้งที่พระบรมศาสดาได้ตรัสถึงการไม่มีความสืบต่อแห่งขันธ์ของพระอรหันต์ผู้ปรินิพพานแล้ว โดยชัดแจ้งแล้วเช่นนี้ก็ตาม ก็ยังมีคนเป็นอันมาก ต้องการจะเสวยความสุขในนิพพานนั้น เพราะได้ฟังพุทธภาษิตที่ว่า “นิพพานเป็นสุข” เขาเชื่อว่าความสุขในนิพพานนั้นเป็นของเที่ยง ยั่งยืน ไม่มีการสูญสลาย เป็นอมตสุข จึงปรารถนาจะเสวยความสุขนั้น ซึ่งความเชื่อเช่นนั้นเป็นความเชื่อที่ผิด ไม่ตรงต่อความเป็นจริงด้วยว่า นิพพานไม่มีเวทนา จึงไม่มีการเสวยอารมณ์ (ตรงนี้ สำหรับท่านที่ไม่เข้าใจศัพท์ทางธรรมะ ก็อาจพูดโดยคำทั่วไปได้ว่า นิพพานไม่มีความรู้สึก ดังนั้น จึงไม่มีการรับรู้ความสุขหรือความทุกข์ไม่ว่าจะเป็นสุขกาย สุขใจ หรือทุกข์กาย ทุกข์ใจ) เพราะหากว่านิพพานมีเวทนา นิพพานก็ไม่ผิดอะไรกับธรรมอื่นๆ ที่มีเวทนา กล่าวคือ ตราบใดที่มีเวทนา การเสวยความทุกข์อันเกิดเพราะเวทนา ก็ย่อมต้องมีตราบนั้น
โดยปกติเราเข้าใจกันว่าความสุขย่อมมีได้ เพราะได้เสวยเวทนาอันเป็นสุข ก็ถ้าไม่มีเวทนาเสียแล้ว นิพพานจะเป็นสุขได้อย่างไร ในเรื่องนี้พระเถระในสมัยพุทธกาลท่านก็เคยสงสัยมาแล้ว กล่าวคือ ท่านพระอุทายีได้ฟังพระสารีบุตรกล่าวแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “นิพพานเป็นสุข” ท่านก็สงสัยว่า นิพพานไม่มีเวทนาแล้วจะเป็นสุขได้อย่างไร
พระสารีบุตรตอบว่า เพราะนิพพานไม่มีเวทนา นั่นแหละจึงเป็นสุข ท่านกล่าวแล้วก็แสดงถึง “ความสุข เพราะไม่มีเวทนา” คือ ไม่มีการเสวยอารมณ์ (ไม่มีความรู้สึกสุข ทุกข์) เป็นอย่างไร ความสรุปได้ดังนี้
สุขโสมนัสที่เกิดเพราะอาศัยกามคุณ 5 (คือ การเห็นรูป ได้ยินเสียง ได้กลิ่น ลิ้มรส สัมผัสทางกาย เหล่านั้นอันเป็นที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รักยั่วยวนชวนให้หลงใหล) เรียกว่า กามสุข
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ (คือภิกษุในพระพุทธศาสนา) สงัดจาก กาม สงัดจาก อกุศลธรรม บรรลุฌาน อันมีความผ่องใส สงบ ในระดับต่างๆ (ตั้งแต่ปฐมฌานถึงปัญจมฌาน) เมื่อภิกษุอยู่ด้วยวิหารธรรม (คือ เครื่องอยู่ ในที่นี้หมายถึง ฌาน นั้นๆ) แล้วเกิดความคิดไปในเรื่อง กาม ย่อมฟุ้งซ่าน นี่แหละกาม จึงเป็นอาพาธ เป็นความทุกข์ เกิดแก่บุคคลผู้มีความสุข คือ ความสงบฌาน เป็นการเบียดเบียน ดังนั้น นิพพานไม่เป็นไปในกาม จึงเป็นสุข ดังนี้เป็นต้น
การที่ท่านแสดงเช่นนี้ คือ ให้เห็นว่า แม้ฌานก็ยังไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เพราะยังเป็นทุกข์ ยังเปลี่ยนแปลงได้ คือ ยังมีความฟุ้งซ่านในธรรมส่วนหยาบ (เช่น กามสุข) ที่ละไปแล้วได้ กลับมาเกิดขึ้นได้ ฌานเสื่อมก็ยังมีได้ แต่ภิกษุผู้นิพพานแล้ว หรือแม้แต่พระอนาคามีและพระอรหันต์ที่ยังไม่ดับขันธ์แต่ในขณะเข้านิโรธสมาบัติ ย่อมดับทั้งเวทนาและสัญญา (คือ ความรู้สึก และความจำได้หมายรู้ต่างๆ) ได้หมดสิ้น ไม่ต้องเสวยเวทนาใด จึงเป็นความสุข เพราะไม่ต้องเสวยเวทนาเลย เป็นความสงบอย่างแท้จริง นิพพานจึงมีลักษณะเป็นสุข
ดังนั้น โดยสรุปแล้ว “นิพพานสุข” นั้น เป็นสุขที่ไม่ใช่การรับรู้ หรือที่เรียกว่า เสวยอารมณ์ต่างๆ แต่เป็นสันติสุข ด้วยการไม่เกิดขึ้นของขันธ์ 5 คือ จิต เจตสิก และรูปทั้งหลาย นั่นเอง
ความสุขในนิพพานจึงไม่ใช่ความสุขที่เราท่านรู้จักกัน เพราะเราทุกคนต่างมี ขันธ์ 5 คือ มีจิตใจและมีรูปกาย
หากจะเปรียบก็ต้องเป็นสุขที่ไม่มีการเบียดเบียนทั้งจากความรู้สึกสุขทุกข์ ไม่มีการเกิดแก่เจ็บตาย ไม่มีรูปร่างกาย ไม่มีการเกิดดับ ซึ่งเป็นสิ่งที่พระอริยะบุคคลเท่านั้นที่จะได้สัมผัส เราปุถุชนก็ได้แต่พยายามทำความเข้าใจตามตัวหนังสือเท่านั้น แต่ก็ขอให้เข้าใจให้ถูกต้องถูกทางก็แล้วกัน
ดังนั้น นิพพานสุขจึงไม่ใช่สุข เพราะได้เห็นดี ได้ยินดี ได้กลิ่นดี ได้รสดี ได้สัมผัสดี หรือไม่ใช่สุขในฌานจิต ทั้งไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่ความรู้สึกเฉยๆ ด้วย แต่เป็นลักษณะ “สันติสุข” ด้วยไม่มีขันธ์ 5 ไม่มีการปรุงแต่ง เป็นสภาวธรรมที่พิเศษและแตกต่างจากเวทนาสุขที่เรารู้จักกันดีในกามสุขและสุขในสมาธิมาก
ดังนั้น ชาวพุทธเมื่อได้ยินได้ฟังเขาว่านิพพานเป็นสวรรค์หรือเป็นดินแดนนิรันดร ก็ต้องเข้าใจว่าไม่ถูกต้อง การเอากามสุขหรือแม้แต่สุขในฌาน มาอ้างว่าเป็นนิพพานสุขนั้น เป็นความเห็นที่ผิด ขออย่าได้หลงเข้าใจผิด เพราะพุทธศาสนา ไม่ใช่ศาสนาที่มีที่หมายเป็นไปในกามหรือแม้แต่ใน ฌานสมาธิ...แต่เป็นศาสนาที่มีเป้าหมายสูงสุด คือ การหลุดพ้นจากกิเลส เครื่องปรุงแต่งและขันธ์ทั้งหลาย อาจจะเข้าใจยาก แต่นิพพานเป็นสภาวธรรมที่มีอยู่จริงและเป็นสุขที่เป็นโลกุตตระ อันเป็นสภาวธรรมที่พ้นจากโลกนั่นเอง







